ที่อาจารย์เสนอแนวคิดมาก็ เห็นด้วยเป็นส่วยใหญ่ แต่ออกจะคิดต่างกับอาจารย์ก็ในเรื่องการตรวจสุขภาพนี่ล่ะ ควรน่าตรวจบ้างอาจไม่ประจำปี แต่ก็อาจจะประจำ 2 ปี 5 ปี ก็ว่าไปแล้วแต่ ความเหมาะสมของแต่ละคน จริงการตรวจสุขภาพนี่อย่าคิดว่ากลัวตาย เลย แต่เหมือนกับการที่เราออกรถมา นั่นแหล่ะยังต้องมีการ เซคสภาพรถให้พร้อมใช้ ดูว่า อะไหล่ไหนที่เสื่อมไปบ้าง อะไรพอแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง ค่ะ
มีข้อคิดจากพี่ผู้ช่วยคนหนึ่ง ตอนนี้เป็น มะเร็งกระจายทั่งร่างกาย เริ่มจากหัวใจ พี่คนนี้ถือว่าเป็นคนที่สุขภาพดีมาก ไม่เคยเจ็บป่วยที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลมาก่อน การปฏิบัติตัวในเรื่องสุขภาพก็ถือว่าดีระดับหนึ่ง พี่คนนี้ ตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี ที่ รพ. มีเจาะเลือด x-ray ปอด พี่เขาจะไม่เคยไปฟังผลตรวจสุขภาพับแพทย์เลย ให้แต่พยาบาลดูผลเลือดให้ ผลก็ปกติตลอด ไอ้ที่ x-ray ไว้ไม่เคยดู เพราะตัวเองรู้สึกว่าสบายดี จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหา อยู่ๆ เมื่อต้นปีที่แล้ว รู้สึกเหนื่อยง่ายผิดปกติิ จึงมาพบแพทย์ X-ray ใหม่พบมีก้อนที่หัวใจ ไล่ film X-ray ดู ปรากฎว่า เมื่อ 7 ปีก่อนเริ่มมีก้อนนี้แล้ว แต่ด้วยพี่เขาไม่เคยให้หมอดู film จวบจนผิดปกติ ก้อนนั้นขยายใหญ่ขึ้น แล้วกระจายไปทั่วร่างกายรวมถึงสมอง ตอนนี้รักษาอยู่ แต่คงยากได้แค่ประคอง เท่านั้น
หากให้แพทย์ดูตั้งแต่ 7 ปี ก่อน นั้นคงช่วยอะไรได้บ้าง ก็เหมือนตรวจสภาพรถน่ะค่ะอาจารย์
แต่ชลัญนี่ ตรวจทุกปี ฟังผลทุกปี ไม่เกิดตรงที่เราตรวจ ดันไปเกิดในสมองซะนี่ เฮ้ย คงเป็นกรรมใครกรรมมันด้วยส่วนหนึ่งล่ะ
ขอบคุณนะค่ะที่แบ่งปันแนวคิดแบบถางทาง (ซะสุดขั้วเลย อิ อิ )