อ. คนถางทางค่ะ

ข้าน้อยมิบังอาจ ทำให้ อ. คนถางทางรู้สึกเช่นนั้น...เพียงแต่เขียนมาแลกเปลี่ยนเรืองราวที่มีอยู่ใกล้ตัวค่ะ   ในแต่ละถิ่นอาจจะมีอะไรเหมือนหรือต่าง ก็ขึ้นกับบริบท โดยเฉพาะวัตถุดิบในการประกอบอาหารในวิถีชีวิตที่แต่ละพื้นที่ อาจปรับเปลี่ยนไป แม้แต่ในภาคใต้ ตอนบนกับตอนล่างยังแตกต่างกันค่ะ ภาคเหนือ/อีสานกับภาคใต้ก็อาจจะมีที่ต่างๆไปมากมายถึงแม้จะเป็นเมนูอาหารชนิดเดียวกัน

ครั้งหนึ่งเคยคุยกันเรื่อง... กระชาย...ภาคใต้ตอนล่างไม่ใช้เลย..ในการใส่เครื่องแกง (เพิ่งทราบ)   ที่ทราบเพราะฝากใ้ห้เพื่อนชื้อกระชายมาใส่แกงป่า  เพื่อต้องการเป็นผัก  ..แหม..มาเป็นหัวกระชาย แทนที่จะเป็นกระชายอ่อน...เลยได้แลกเปลี่ยนกันว่า ในวิถีของคนที่นี่ใช้พืชผักสมุนไพรอย่างไร  เลยเล่าให้ฟังว่า..หัว/เหง้ากระชาย.ก็เอาไว้ใส่ในเครื่องแกง ส่วนกระชายอ่อนก็เอาใส่เป็นผักในแกงป่า  เลยได้หัวเราะกันสนุกสนาน   ดีที่ได้แลกเปลี่ยนกัน ประสาคนชอบทำกับข้าวและชอบกิน ..แต่มือสมัครเล่นหรอกนะค่ะ :-))

ส่วนความเห็นเรื่อง.. ใบทองหลาง..ที่ อ. คนถางทางกล่าวถึงนั้น  โดยทั่วไป แถวบ้านที่ปักษ์ใต้  ส่วนใหญ่ใบทองหลางหรือชะพลูใช้กินกับ "ปลาแนม"  อาจจะเป็นเพราะ โดยลักษณะของอาหาร..ปลาแนม..จะค่อนข้างร่วนกว่า  และอาจมีกลิ่นกระเทียมดอง ขณะที่ใบทองหลางค่อนข้างมันกว่า ส่วนใบชะพลูมีกลิ่นน้ำมันหอยระเหย      ในการกินเมี่ยงคำนั้น..อาจเป็นเพราะว่ามีสมุนไพรหลายชนิดในองค์ประกอบเมี่ยงอยู่แล้ว และใบชะพลูก็มีกลิ่นหอม อาจจะรู้สึกว่า..เข้ากั๊น เข้ากัน. จึงช่วยให้เมี่ยงคำ อร่อยมั้งค่ะ    จริงๆแล้วใบทองหลางใช้ห่อเมี่ยงก็อร่อยไม่แพ้กัน พิสูจน์แล้วค่ะ..  เพียงแต่ไม่มีน้ำมันหอมระเหยจากใบให้สัมผัสได้ ...และอีกอย่างหนึ่งใบทองหลางกว่าจะเก็บได้  ต้นก็โตๆ ใบที่น่ากินก็อยู่สูงๆ ในขณะที่ชะพลู ก้มเก็บได้ง่ายเลย  ในกรณีที่มีวัตถุดิบข้างบ้าน... อย่างเช่นที่บ้านสวน..มีใบทั้งสองชนิดนี้ เลยเปรียบเทียบได้ค่ะ  ...แฮ่ๆๆ..แต่ลางเนื้อชอบลางยา ล่ะค่ะ:-))