เบื้องต้น ขอออกตัวก่อนว่าไม่เก่งเรื่องนี้..
อาจเป็นไปได้ว่าเราต้องผ่านเหตุการณ์ร้ายๆในชีวิตก่อน
เช่นก่อนที่รู้จักความพอเพียงมันอาจต้องเป็นหนี้สินกันก่อน ต้องอดอยาก
ไม่มีจะกิน ไม่มีเงินมาใช้จ่ายตามที่เราต้องการ เมื่อประสบปัญหา
จึงเริ่มหาทางออก และความพอเพียงนั่นแหละก็คือคำตอบ..
เพราะเราเรียนรู้แล้วว่าความไม่พอเป็นอย่างไร
ความขาดแคลนเป็นอย่างไร..
มันเกิดจากการเรียนรู้จากภายในออกสู่การประพฤติปฏิบัติของตัวเราแต่ละคน
และวิธีคิดของคนแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน..
อีกวิธีก็คือการเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นที่เขากระทำจนประสบความสำเร็จมาแล้วจนเรียกได้ว่าเป็นปราชญ์ชาวบ้าน
เช่น ที่ชุมชนบ้านไม้เรียง หรือตัวอย่างชีวิตของผู้ใหญ่วิบูลย์ ที่
จ.ฉะเชิงเทรา เป็นต้น
สำหรับผมว่ามันสำคัญที่วิธีคิดตั้งต้น เพราะถ้ายังไม่เข้าใจ
มันก็ปรับวิถีชีวิตลำบาก เพราะการลด ละ ส่วนเกินของชีวิต
ที่มายาสังคมโหมผ่านสื่อต่างๆ
จนกลายเป็นค่านิยมของสังคมเพราะมันฉายภาพซ้ำไปซ้ำมาชวนให้เราหลงไหลเพลิดเพลินไปกับมัน
จนความอยากความต้องการที่เกินพอดี การสะสมส่วนเกินจึงเกินขึ้น..
เมื่อเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ในสังคม
มันจึงเกิดปัญหาที่ใจเป็นสำคัญ.. ใจของคนที่เอาสิ่งนั่นๆ ไปวัด
ไปเปรียบเทียบ …
เราบอกว่าเราล้าหลังอเมริกาอยู่ 50 ปี
เราบอกว่าลาวล้าหลังเราอยู่ 50 ปี
แต่คนฝรั่งชอบบ้านเราที่ล้าหลังเขาอยู่ 50 ปี
เราบอกว่าชอบกรุงเวียงจันทร์ที่ล้าหลังเราอยู่ 50 ปี…
จริงๆ แล้ววัตถุถูกพัฒนา แต่จิตใจกลับแย่ลงจากการพัฒนาแบบนั่น
เรากลับโหยหาจิตใจแบบชาวบ้านที่โอบอ้อมอารีมีศีลมีธรรมกันต่างหาก
คงต้องให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการค้นหาสิ่งที่ต้องการเห็น และทำร่วมกัน
เริ่มจากภายในตัวเองก่อน แล้วแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ รอบตัว จนเห็นแจ้ง
ประมาณนั่นครับ..