.....อีกแง่มุมหนึ่งที่ผมเคยประสบและบันทึกไว้...... ฝากให้ท่านหัวหมู่อ่านครับ  :)

"......โดยส่วนตัวผมนั้น ถ้ามีใครมาปรึกษาผมในเรื่องต่างๆ แล้วบอกผมว่า เขากำลังมุ่งมั่นทำงาน.....เขากำลังทุ่มเททำงาน..... ทุ่มเททุกอย่าง “ด้วยใจ” ให้ใจเต็มร้อยกับงานนั้น..... ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอย่างไร หรือจะไม่มีใครมาเห็นใจเขาเลย.... เขาก็จะแสดงผลงานให้ทุกคนเห็นว่า เมื่อเขาทำออกมาจากใจ ผลงานที่ได้เขาจะชื่นชม และมีความภาคภูมิใจ.......

 ผมต้องรีบหยุดความคิด ที่ว่า <<ทำงานด้วยใจ>>  ของเขาไว้ก่อน  ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เขาคิดเขาทำนั้นไม่ดี เป็นสิ่งที่น่ายกย่องสรรเสริญเสียด้วยซ้ำ แต่ใจของคนเรานั้น โดยธรรมชาติ "ใจ" ของเราต้องการ หรือมี “กำลัง” ไม่เท่ากัน แม้แต่คนที่มี “กำลัง” ในใจสะสมอยู่ในตัวมากมายเหลือเฟือ การที่เรา <<ทำงานด้วยใจ>> ไปเรื่อยๆ  ถ้าไม่มีอะไรมาหล่อเลี้ยงใจดวงนี้ ความชื่นชนยินดี แรงสนับสนุนจากคนใกล้ชิด ต่อมาการ<<ทำงานด้วยใจ>>  ก็จะค่อยๆหมดกำลังไป อ่อนแรงลงไปในที่สุด............ ทีนี้ล่ะ ความทุกข์ ความท้อใจ ความน้อยใจ ก็จะเกิด เริ่มมีความรู้สึกติดลบกับงานที่เคยกลั่นมาจากใจ ต่อว่า พาลไม่สนใจงานชิ้นนั้นๆ....(อันนี้ผมหมายถึงตัวเองที่เคยเป็น ไม่ได้ว่าหรือพาดพิงใครๆนะครับ)

ดังนั้นผมหันกลับมาคิดใหม่ (คิดให้ได้) เรา<<ทำงานด้วยใจ>>  เราก็ทำเต็มที่แต่คราวนี้ ผมจะใข้ประโยคที่ว่า “ ทำงานทุกชนิด....ให้จิตว่าง “  ในอีกความหมายหนึ่งคือ

ทำงานปัจจุบัน ตรงหน้านี้...ให้ดีที่สุด โดยให้จิตว่าง......จากความคาดหวังกับสิ่งที่จะเกิดหรือ จะได้ในอนาคต

ก็คือประกอบแต่ “เหตุ” ที่เป็นปัจจุบันให้ดีเท่าที่ “กำลัง” เรามี ส่วนผลจะเป็นอย่างไร เราให้ ....”ว่าง”.....ไว้ก่อน

เดี๋ยงดีเอง ครับ........:)  "