สรุปการสัมมนาวันที่ 22 มีนาคม 2556

สรุปผลการประชุมกลุ่มย่อยและทิศทางการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยเพื่อเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิมลทิพย์ มุสิกพันธ์

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

การลงทุนกับเด็กสำคัญมาก

สรุปการนำเสนอห้องที่ 1 การพัฒนาศักยภาพของสมอง

·  อยากเห็นเด็กไทย เก่ง ดี มีสุข ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างได้ด้วยสมอง

·  สมองสร้างทักษะอยู่ร่วมคนอื่น รู้จักตนเองและทักษะชีวิต

·  ประสบการณ์การเรียนรู้นำมาสู่ Executive Function คือสมองรู้คิด ทำหลายอย่างได้โดยไม่สับสน สร้างได้ด้วยกิจกรรม ทำต่อเนื่อง เพิ่มความยากโดยให้เด็กแก้ปัญหาด้วยตนเอง ใช้กิจกรรมเป็นตัวนำ คนที่เกี่ยวข้องกับเด็กทุกคนต้องทำ

สรุปการนำเสนอห้องที่2การพัฒนาศักยภาพด้านอารมณ์ คุณธรรม จริยธรรม

·  คุณธรรมมีในตัวเด็กอยู่แล้ว แต่เราต้องดึงส่วนดีและลดส่วนร้ายของเด็ก

·  อยากได้เด็กที่ควบคุมตนเองได้ ยอมรับคนอื่น วางแผน ยืดหยุ่น ล้มแล้วลุก

·  ศักยภาพด้านอารมณ์ คุณธรรม จริยธรรมสามารถสร้างด้วย 3 วิชาคือคณิตศาสตร์ (ช่วยการคิดแบบตรรก มีระบบคิด) การอ่าน และการเขียน (ช่วยให้มีเหตุผล สังเคราะห์ความคิด)

·  ศักยภาพด้านอารมณ์ คุณธรรม จริยธรรมสามารถสร้างด้วย 2 ทักษะคือ

1.ทักษะการใช้ชีวิต ได้แก่การมองไปข้างหน้า ค้นหาทางเลือกและตัดสินใจ ยอมรับผล และยืดหยุ่น

2.ทักษะด้านเทคโนโลยี ได้แก่การเสพและใช้เทคโนโลยีเป็น

·  สร้างด้วยกระบวนการเดียวกับการพัฒนาศักยภาพสมอง สมองจะลบสิ่งที่ไม่ทำและจะจำสิ่งที่ทำต่อเนื่อง คือ Active Learning และ Problem-based Learning มี Output เป็นวินัยและวิธีคิด

·  ครูต้องใช้ Godzilla Model ใช้นิทาน ครูไม่ต้องรู้ทุกเรื่อง เมื่อครูผ่อนคลาย เด็กวิพากษ์

·  ครูควรใช้แกงโฮะโมเดล มีกฎกติกาการอยู่ร่วมกัน กัลยาณมิตร และทำดีอย่างมีปัญญา มีประโยชน์แท้จริงต่อสังคม

สรุปการนำเสนอห้องที่ 3 การพัฒนาศักยภาพด้านสังคม วัฒนธรรมของเด็กไทย

·  เด็กพูดภาษาถิ่น กินนมแม่คือการฉีดภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม

·  วัฒนธรรมคือรากฐานที่นำไปสู่จุดยืน

·  ภาษาถิ่น-ภาษาแม่ให้ที่ยืน ให้ความผูกพัน

·  ยอมรับคนอื่น

·  เป็นเสาค้ำยัน

·  ประชาคมอาเซียนทำให้เกิดการข้ามวัฒนธรรม ต้องทลายกำแพงที่เป็นอุปสรรคต่อการข้ามวัฒนธรรม

สรุปการนำเสนอห้องที่ 4 บทบาทของการศึกษา

·  เชิงนโยบายต้องมีการทบทวนการบริหารแยกส่วน เขตและพื้นที่ให้การสนับสนุนโรงเรียนอย่างไร

·  การบริหารการศึกษาเน้นผู้บริหารและครู

·  ระบบประเมินผลและตัวชี้วัดของโรงเรียนจากส่วนกลางยังไม่สอดคล้องกับในพื้นที่

·  ต้องมีการจัดการความรู้ มีเวทีแสดงความสามารถของเด็ก

·  ต้องปรับการเรียนการสอน ให้มีกิจกรรมนอกหลักสูตรมากขึ้น

·  ส่งเสริม Team Learning

·  ควรวิจัยเกี่ยวกับหลักสูตร การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และวัฒนธรรมการวิจัยในโรงเรียน

·  เด็กไทยควรมีคุณลักษณะคือ

·  มีความรู้จากหลักสูตรอาเซียน

·  ทักษะพัฒนาการเรียนรู้ คิดแบบมีเหตุผล

·  ทักษะการเป็นพลเมืองและความรับผิดขอบ มีภาวะผู้นำ เป็นจิตอาสา ใช้ไอทีอย่างสร้างสรรค์

·  แก้ปัญหาอย่างสันติ

·  มีความสามารถใช้ 2 ภาษา

·  ตระหนักและรับผิดชอบความเป็นอาเซียน

·  ภูมิใจในความเป็นไทยและอาเซียน

·  เศรษฐกิจพอเพียง

·  วิถีประชาธิปไตย

·  ภาคีเครือข่าย เรียกว่า เบญจภาคี

·  ภาครัฐ

·  ภาควิชาการ

·  ภาคเอกชน

·  NGOs

·  ประชาสังคม เครือข่ายผู้ปกครอง

สรุปการนำเสนอห้องที่ 5 บทบาทสื่อและเทคโนโลยี

สื่อต้องสร้างคนและสร้างสิ่งดีๆ

เงื่อนไขการใช้สื่อ

1.ปัจจัยพื้นฐาน

·  Infrastructure

·  Motivation พ่อแม่ปลุกใจให้เด็กใช้สื่อพัฒนาตน

·  ฐานข้อมูล

·  KM

2.ทักษะพื้นฐาน

·  อ่านออกเขียนได้

·  การใช้เครื่องมือ

·  ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ สำคัญมาก ประกอบด้วยการจุดประกายความคิก การกระตุ้นความสงสัย การเปรียบเทียบโลกแห่งความเป็นจริงและโลกเสมือน การขยายความรู้และประสบการณ์

3.ปัจจัยกระตุ้น

·  โจทย์ท้าทาย

·  โอกาส

·  พื้นที่แสดงผลงาน

·  เครือข่าย

โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อดูรายละเอียด

http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/894/251/original_media22march2013seminarfile1.WAV?1363955250

http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/894/255/original_media22march2013seminarfile2.WAV?1363955596

สรุปการนำเสนอห้องที่ 6 การพัฒนาศักยภาพเด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบ

แต่ละปีมีเด็กกว่า 5 หมื่นคนกลายสภาพมาอยู่ในสถานพินิจ

ทักษะชีวิต

1.ความสามารถในการชอบตัวเอง ผู้ใหญ่ต้องทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ไม่ต้องละเมิดสิทธิในการแต่งตัวของเด็ก และส่งเสริมให้เด็กทำในสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อเด็กรู้สึกว่าตนมีคุณค่า ก็จะรักตนเองและพัฒนาตนเอง จะดำรงชีวิตได้แม้พ่อแม่จะจากไปแล้ว

2.มีเหตุผลและความรับผิดชอบ มากับกระบวนการโยนคำถามให้เด็กหาคำตอบ แล้วปฏิบัติตามคำตอบที่ตนเลือกเอง และรับผิดชอบผลที่เกิดขึ้น

3.รอดบนความบกพร่อง

ทำให้เด็กสามารถแก้ปัญหาได้แม้จะไม่มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

4.วินัยในใจตน ทำได้ด้วยการไม่หลงประเด็น เห็นตามจริง และชื่นชมเมื่อทำดี

ที่มา:

http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/894/258/original_workshopconclusion22march2013seminar.WAV?1363956124

เวทีเสวนา โอกาสและทิศทางการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยสู่ประชาคมอาเซียน

ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล

·  เด็กมีศักยภาพสูงโดยธรรมชาติ แต่วิธีการพัฒนาเด็กและการศึกษาที่ล้าสมัย สภาพแวดล้อมและสังคมที่ทำร้ายเด็กทำให้มีปัญหามาก

·  หัวข้อวิจัยที่ควรทำได้แก่

·  การวิเคราะห์ Outcome การพัฒนาเด็กว่าลงทุนพัฒนาแล้วได้ถึงเด็กกี่เปอร์เซ็นต์ ควรลงรายละเอียดว่า แต่ละกิจกรรมได้ผลหรือไม่

·  คนที่จะเป็นหมอควรมีคุณสมบัติอย่างไร

·  หัวข้อการวิจัยเรื่องการพัฒนาเด็กไม่มีที่สิ้นสุด เพราะโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

·  ก่อนจะตั้งหัวข้อวิจัย ควรตรวจสอบก่อนว่ามีคนตอบแล้วบ้างไหม เชื่อถือได้ไหม ถ้าตั้งหัวข้อคล้ายกัน ทำไมจึงต้องตั้งหัวข้อนี้

·  ควรร่วมมือกันทำวิจัยเชื่อมโยงเป็นชุดโครงการ

·  หัวข้อวิจัยควรเป็น Implementation Research แต่ใช้ทฤษฎีมาเสริมและมีการจัดการงานวิจัย

ทันตแพทย์กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

·  หัวข้อวิจัยที่ควรทำได้แก่

·  วิจัยการแก้ทัศนคติคนในสังคม ว่าพ่อแม่ควรจะทำอย่างไร เช่น พ่อแม่ที่มีลูกเรียนโรงเรียนทางเลือก แต่มักย้ายเด็กไปเรียนโรงเรียนปกติหลังจากจบป.6 แล้วเพราะทนแรงกดดันจากสังคมไม่ไหวทั้งๆที่โรงเรียนทางเลือกสอนให้เด็กคิดแบบโลจิก

·  วิจัยเชิงระบบ การศึกษาพัฒนาเด็กเกี่ยวกับระบบสื่อ การรู้เท่าทันสื่อ

·  ควรวิจัยเชิงระบบพร้อมทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางสังคม มีวิจัยสนับสนุนการลดชั่วโมงเรียน มิฉะนั้น เด็กจะไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม

นางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

·  ควรนำโครงสร้างประชากรอายุ 0-25 ปี หรือครอบครัวมาวิเคราะห์แต่ละช่วงวัน ต้องการพัฒนาในเรื่องใด คุณภาพมีอะไรบ้าง

·  ควรศึกษา Cohort Study ติดตามพฤติกรรมเด็กตั้งแต่เกิดจนถึงดูแลตนเองได้โดยทำเป็นระบบ

·  ควรวิจัยจริตคนทุก Generation โดยเฉพาะGen Y

ดร.จินตนาภา โสภณ ที่ปรึกษาด้านการวิจัยทางสังคมศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

·  ควรจะวิจัยด้านการศึกษาเพราะมีงบมาก โดยเฉพาะการศึกษาในสังคมและชุมชน

·  ควรทำวิจัยที่มีผลกระทบต่อชุมชน

·  ควรทำงานวิจัยที่ช่วยปรับเปลี่ยนนโยบายรัฐบาล

·  ควรมีความร่วมมือวิจัยระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สภาการศึกษา และหน่วยงานเด็กและเยาวชนเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาล

ที่มา: http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/894/260/original_researchdirection22march2013seminar.WAV?1363956419

กล่าวปิดการประชุม

โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช

นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล

·  เราต้องการเยาวชนคุณภาพสูงทุกด้าน

·  หลังจากการประชุมครั้งนี้ต้องมีการลงมือทำด้วย

·  ขอให้ทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาไปข้างหน้า

·  สิ่งที่เราทำในปัจจุบันถือว่าเดินทางผิด เพราะเรากดดันลูกหลาน

·  โครงการนี้คือจุดเริ่มต้นไปสู่การลงมือทำ

ที่มา: http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/894/261/original_closing22march2013seminar.WAV?1363956530