การให้นี้เป็นการสร้าง "พลัง" ของชีวิต
การ "เอา" อะไรจากใครบ่อย ๆ ทำให้เสียกำลังจิต กำลังใจ เป็นการบั่นทอนบารมีของตัวเราเอง
สังคมแห่งการให้จึงเกิดขึ้นได้จาก Social media โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามี Gotoknow เปิดพื้นที่ให้สมาชิกเข้ามาร่วมกัน "ให้" เพื่อสร้างหัวจิตหัวใจที่เปี่ยมไปด้วย "ความสุข..."
จากอดีตที่เราเคยร่วมปั่นเกลียวความรู้ (Knowledge spiral) ในวันนี้ขอให้ทุกคนสร้างบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นด้วยการ "ปั่นเกลียวแห่งความดี (Spiral of Goodness)" เพื่อที่จะสร้างสังคมดี ๆ ที่เป็นแบบอย่างกับสังคมแห่งมนุษยชาติ
"การให้นี้ดีนะ การเสียสละเป็นสิ่งที่ประเสริฐมาก
การให้นี้ไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินหรือสตางค์ เพียงแต่เรามาร่วมกันสร้างสิ่งที่ดี ๆ..."
จิตใจของเรานี้รับสัมผัสพลังแห่งความดีได้โดยอัตโนมัติ เพราะถ้าเราสร้างเหตุปัจจัยถูก เป็นเหตุปัจจัยที่ดี ๆ ชีวิตของเราย่อมดี คนรอบข้างของเราย่อมจะได้รับได้สัมผัสสิ่งที่ดี ๆ ที่เราได้กระทำ
คนเราเมื่ออยู่ร่วมรวมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ทางสมมติบัญญัติเขาก็เรียกว่าเป็นองค์กร (Organization) เมื่อคนในองค์กรมีพื้นฐานแห่งการให้องค์กรนั้นย่อมเป็นองค์กรที่น่าไว้วางใจ (high reliability organization)
องค์กรใดที่สมาชิกจ้องที่แต่จะ "เอา" ผลประโยชน์ซึ่งกันและหรือคอยจ้องที่จะฟันผลกำไรจากลูกค้า องค์กรนั้นย่อมเป็นองค์กรที่ไม่สมควนในการ "วางใจ"
ครอบครัวเป็นองค์กรเริ่มต้นที่สำคัญ ครอบครัวเป็นองค์กรพื้นฐานของชีวิต
เมื่อครอบครัวมีจุดเริ่มต้นของคนสองคนมาอยู่ร่วมรวมกัน คนในครอบครัวนั้นต้องมีจุดเชื่อมต่อความสัมพันธ์ด้วย "ความไว้วางใจ" เพราะคนเราจะอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับใครเราต้องย่อมมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
เราลองมองดูปัญหาสังคมทุกวันนี้ สาเหตุหลัก ๆ มันเกิดมาจากพื้นฐานของคนซึ่งมีจิตใจที่คิดแต่จะ "เอา" จากกันและกัน
เอาความสุขจากความทุกข์ของคนอื่นบ้าง เอาผลประโยชน์จากคนที่ด้อยความรู้ด้อยการศึกษากว่าบ้าง เอาโอกาสจากคนที่ด้อยโอกาสกว่าบ้าง การเอาอย่างข้างต้นนี้แหละทำให้สังคมมีปัญหานะ
ความดีและการให้จึงต้องเริ่มจากจิตใจของตัวเราเอง
เริ่ม "ปั่นเกลียวแห่งความดี (Spiral of Goodness)" ให้เกิดและมีขึ้นในครอบครัว
ให้ความรักความเมตตาซึ่งกันและกัน ทำบ้านของเราให้เป็นสวรรค์ ทำบ้านของเราให้เป็นเมืองแห่งพระนิพพานที่มีความสงบ มีความร่มเย็น ให้ความรัก ให้ความเมตตา ต่อกันและกัน บ้านของเราก็จะร่มจะเย็น ความดีและการให้นี้จึงเปรียบเสมือน "แอร์ใหญ่ประจำบ้าน" ใครเข้ามาก็เย็น ใครเข้ามาก็มีความสุข
การที่เราจะมีแอร์ใหญ่ประจำบ้านได้หัวใจของเราต้องติดแอร์คอนดิชั่น ไปที่ไหนก็ให้ความรัก ความเมตตาต่อบุคคลอื่นมาก ๆ สมาทานไว้ในใจเลยว่า ชาตินี้เราจะไม่เผาใครทางคำพูดอีกแล้ว เราจะไม่เผาใครด้วยสายตา หรือด้วยวาจาที่ติดกระเบิดอีกแล้ว
เราจะให้สิ่งที่ดีต่อทุก ๆ คนที่เราได้พบได้สัมผัส เราจะให้ความรักความเอื้ออาทรต่อทุกคนที่สัญจรผ่านมาในชีวิตของเรา
ปั่นเกลียวแห่งความดีให้เกิดและมีในจิตใจของตัวเองทุกวินาที ชีวิตนี้จะยั่งยืนและสดใสด้วยจิตใจที่งดงาม...