ขอเพิ่มเติมบทความให้ครอบคลุมมากขึ้นครับ
แต่....ที่ยิ่งหนักกว่านั้น เวลาสถานศึกษาไหนได้ผู้บริหารที่ "เก่งและกล้า" พอที่จะกำกับ ควบคุม ติดตามการสอนของครูอย่างจริงได้ พวกครูที่ไม่ได้เรื่องมักจะรวมตัวร้องเรียน หรือประท้วง โวยวายผ่านสื่อมวลชน หลังจากผู้บริหารระดับเขต หรือกระทรวงได้ตั้งคณะกรรมการมาสืบสวนสอบสวนแล้วรู้ว่าความจริงว่าสถานศึกษานั้น "โชคดี" ได้ผู้บริหารที่ "เอาจริง" แต่เพื่อไม่ให้การปกครองข้าราชการครูในองค์กรนั้นมีปัญหา ส่วนมากจึงย้ายผู้บริหารคนนั้นไปอยู่ที่อื่น เพราะย้ายผู้บริหารคนเดียวง่ายดี ตัดปัญหาทั้งปวง ซึ่งกลายเป็น "โชคร้าย" ของเด็กและสังคมนั้นๆ
แล้วต่อไปเราจะได้ผู้บริหารที่เก่งและกล้ามาจากไหน ก็จะเหลือแต่ผู้บริหารที่คอยรู้จักรักษาเอาตัวรอด ไม่เอาจริงเรื่องการบริหารวิชาการ เพื่อไม่เอาตัวเองไปปะทะกับพวกครู จึงหันไปเอาดีด้านตบแต่งอาคารสถานที่ หรือกิจกรรมพิเศษดีกว่า ดังง่ายดี แถมได้ใช้งบประมาณด้วย เผื่อโชคดีเจ้านายเห็นแล้วถูกใจชอบใจก็เลื่อนตำแหน่งหรือโยกย้ายไปอยู่โีรงเรียนใหญ่ขึ้นให้อีก
ซึ่งผมก็พอจะเห็นใจ ผู้บริหารที่อยาก "เอาจริง" แต่ก็ไม่อยาก "โชคร้าย" ในชีวิตรับราชการ ถึงอยาก "ตั้งใจดี" แต่เจอผู้บริหารระดับสูงที่เอาแต่ตัวรอด รักษาชื่อเสียงตำแหน่ง มากกว่าอยากรักษาลูกน้องที่เก่งและกล้าเอาไว้ ใครมันจะ"ตั้งใจทำดี" ได้ตลอด ดูอย่างท่าน ผกก.สมเพียรสิครับ ตั้งใจทำดี แต่สิ่งที่ตอบแทน คือ ความตาย
อย่างนี้แหละครับ ที่เรียกว่าระบบอุบาทว์ ซึ่งระบาดไปหมดทุกวงการทั้งประเทศ ตั้งแต่ระบบการปกครองลงมา แล้วประเทศไทยจะมีคุณภาพอย่างทั่วถึงได้อย่างไร ในเมื่อขาดการส่งเสริม "คนเก่งและกล้า" ให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงทุกวงการ มีแต่พูดถึง "คนดี" อยากได้คนดีเท่านั้น
แต่...ที่น่าช้ำใจไปกว่านั้น ไม่ส่งเสริมไม่ว่า ยังช่วยกันทำลาย "คนเก่งและกล้า ที่ตั้งใจดี" อีก
มีอย่างเดียวที่พวกเราทำได้ คือ ถอนหายใจแล้วบ่นว่า "เฮ้อ ! เวรกรรมประเทศไทย"