ประมวลสิ่งที่ได้เรียนรู้สู่การวางแผนงาน กฟผ. กับชุมชนในอนาคตและ NetWorking Capital

โดย  คุณศิริภา  ชูจันทร์

ช่วงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2556 ณ.ชุมขนหนองทรายต.หนองสาหร่ายอ.พนมทวน  จ. กาญจนบุรีและการเสวนา NetWorking Capital กับการพัฒนาเพื่อประชาชนที่เขื่อนท่าทุ่งนา และ เรียนรู้เกี่ยวกับวัดกับการพัฒนา และบทบาทต่อการพัฒนาชุมชน  หลักธรรมของผู้นำ  ผู้นำ กฟผ. กับการสร้างทุนทางเครือข่ายเพื่อพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง ที่วัดป่าหลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน (Tiger Temple)

กฟผ. ควรที่จะต้องมีการวางแผนขั้นตอนการดำเนินการกับชุมชน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยอาศัยหลักเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการพัฒนาชุมชนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า ต้อง 1. เข้าใจชุมชน  2. เข้าถึงชุมชน และ 3. พัฒนาชุมชนที่ไม่กระทบต่อบริบทของชุมชนนั้นๆ รวมทั้งใช้หลักทฤษฎี 2 R's Reality และ Relevance ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์  สรุปได้ ดังนี้

1. กฟผ. ต้องเข้าใจถึงจิตใจสังคมวัฒนธรรมของชุมชนโดยใช้  3หลักการคือ

1.1 รู้จักคนหมายถึงรู้จักนิสัยใจคอของคนในชุมชน

1.2 รู้จักผู้นำหมายถึงรู้ว่าในชุมชนนั้นๆมีใครเป็นผู้นำผู้ที่บุคคลทั่วไปนับถือหรือเป็นผู้นำจิต  วิญญาณ

1.3 รู้จักชุมชนหมายถึงต้องรู้ภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ประเพณีวัฒนธรรมเช่นสภาพภูมิประเทศ  สิ่งแวดล้อม  ความเป็นมาของชุมชนหรือสภาพความเป็นอยู่ของคนในชุมชน

2. กฟผ. ต้องเข้าไปในชุมชนก่อนหน่วยงานอื่นๆเช่น NGO โดยกฟผ. ต้องมีการวางแผนเข้าไปพัฒนาและทำกิจกรรมในชุมชนล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 ปีก่อนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหรือเขื่อนเพื่อทำความเข้าใจและสร้างความผูกพันกับชุมชนรวมทั้งต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงทั้งผลดีผลเสีย และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นโดยไม่มีอะไรซ่อนเร้นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นธรรมชาติ

3. กฟผ. ต้องเข้าใจและแบ่งกลุ่มประเภทของชุมชนและต้องใช้วิธีการที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมกับประเภทของชุมชน

4. กฟผ. ต้องสร้างภาคีเครือข่ายชุมชน (NetWorking Capital) ให้เข้มแข็งในการดำเนินการภาระกิจของ กฟผ. และควรมีส่วนร่วมในกระบวนการแผนแม่บทชุมชน

5. กฟผ. ต้องให้ชุมชนอยู่ได้ด้วยตัวเองสร้างเศรษฐกิจพอเพียงในการขับเคลื่อนสู่ความเข้มแข็งมีความรู้ กฟผ. ควรเป็นผู้ให้ความรู้เป็นคลังสมองให้ชุมชน โดยชุมชนต้องมีส่วนร่วมคิดร่วมทำ และ กฟผ. ควรเป็นผู้รับองค์ความรู้จากชุมชนมาประยุกต์ใช้งานเพื่อให้กฟผ. และชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

6. กฟผ. ต้องทำกิจกรรมร่วมกันกับชุมชนอย่างจริงใจและอย่างต่อเนื่องไม่ใช่หวังผลเรื่องประชาสัมพันธ์ CSR เท่านั้นต้องแก้ไขในเรื่องที่เป็นปัญหาของชุมชนอย่างจริงจังสิ่งใดนอกเหนือจากความรับผิดชอบ กฟผ. ควรประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแจ้งความก้าวหน้าให้ชุมชนทราบเป็นระยะๆ

7. กฟผ. ต้องมีการติดตาม  ประเมินผลโครงการหรือแผนงานที่ร่วมกันคิดร่วมกันทำอย่างต่อเนื่องหากมีปัญหาต้องร่วมกันแก้ไขแก้ให้ตรงจุดตรงประเด็น เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน

8. ในการพัฒนาพลังงานของประเทศให้อยู่ร่วมกับชุมชนได้  กฟผ. ควรใช้ทฤษฎี 8K’s + 5K’s และทฤษฎี  C & E และ HRDS ในการพัฒนาบุคคลากรซึ่งเป็นต้นทุนมนุษย์ของกฟผ. และเพื่อการเข้าถึงและการยอมรับจากชุมชนและสังคมอย่างอบอุ่นและเต็มใจ