ครูเก่าเล่า IT  …..ตอน 2   เรียน เล่น เล่น

พอเริ่มรู้ตัวว่าสอน (พอไป)ได้.....    ก็ดีใจลึกๆ  ...
สมัยนั้น การเขียนแผนการสอน ก็ไม่ได้มีอะไรมาก  ......ครูใหญ่เราตามใจครูน้อย
ให้อิสระ ในการคิดไม่จำกัดกรอบ ....(ก็ดี นี่เราคิดเองนะ....)

      
แผนการสอนบางที ก็เป็นกำหนดการสอน แบบก้อนใหญ่ๆ  แบบเหมาจ่ายว่างั้นเหอะ   ทำเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน แต่โทษทีไม่มีรายปักษ์       ทีแรกก็กะจะทำแบบ ที่ครูฝึกสอนตอนเรียน วค. คือแบบละเอียดยิบ  แต่มันก็ติดอยู่ตรงที่เขาไม่ทำ เราก็ไม่ทำ (แหะ ๆ )    ก็เลยวาดลวดลายพองาม แบบพอควรเป็นแผนละวัน สองวัน แล้วแต่ออกอาการ(ขยัน) ...        บางวันเรานึกเบื่อห้องเรียน  ก็เลยเขียนแผน ออกสำรวจหมู่บ้าน...( กลัวครูใหญ่ด่า หาว่าหาเรื่องพาเด็กเที่ยว )            พาเด็ก ทั้งหมดตรง....แถวเรียงตอนลึก........ยื่นมือมาแตะไหล่เพื่อน.....ยืนตรง
ห้ามหายใจ เอ้ย ...ห้ามกระดุก กระดิก......ครูจะพาไปเที่ยว   ( เด็กเฮใหญ่เลย )
         แต่เธอต้องวาดรูปสิ่งที่เห็นว่า  สวยที่สุดในหมู่บ้านของเรา  ...พยายามอย่าให้เหมือนกัน  .....เดี๋ยวพอเรากลับมาห้องครูจะให้ เธอนำรูปที่วาดมาเล่าให้เพื่อนฟัง....
เข้าใจไหมครับ...... ( เย้ ....ไปเลย อย่าพูดมาก เสียงนึกของเด็กคนหนึ่ง ซึ่งเราแอบได้ยิน )        วันนั้น......ครึ่งวันเช้า.....ได้เที่ยวสมใจนึก.....เดินเป็นแถว  ลัดเลาะลำห้วยเล็กๆ เรียบหมู่บ้าน ซึ่งมีน้ำไสไหลเย็นเห็นตัวปลา  ว่ายแหวก ไป มา น่าเอ็นดู ....( เท่ง โมง..โจ๊ะ)         พักเป็นแห่งๆ ที่เด็กต้องการ และดูจะสนใจ  บางคนสนใจปลาตัวเล็กๆ   บางคนสนใจต้นไม้ใบหญ้า  บ้างก็ก้อนดินก้อนหิน ก็แล้วแต่เด็ก เพราะแค่เด็ก ป.1 จะไปหวังอะไรมาก    วาดไปตามใจนึก เพราะบางที่เราก็นึกไม่ออกว่าเขาวาดอะไร ( มองไม่เป็นรูปเป็นร่างนะ ไม่รู้ว่าครูคนไหนสอน....นิ )           พอผ่านบ้านตนเอง ซึ่งเด็กหลายๆ คน ตะโกนเรียก พ่อแม่ พี่น้อง ลุง ป้า น้า อา
ดังเอะอะ  มะเทิ่ง   ....   ก็ต้องคอยปรามบอกว่าตะโกนเสียงดัง มันไม่ค่อยดี  เขาบอกว่าเป็นเด็กไม่เรียบร้อย  ถ้าใครอยากเป็นเด็กเรียบร้อยต้องพูด คือเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วถึงจะพูด ถาม  ไม่ใช่ตะโกนโหวกเหวก  ...... เด็กก็เลยไม่ค่อยเสียงดัง   กลัวจะไม่เป็นเด็กเรียบร้อย ( หรือว่า กลัวครูจะไม่พา มาอีก ไม่รู้นะ...)
           ตอนนี้แหละ มีเรื่องต่อเนื่องภายหลัง เพราะมีผู้ปกครองเด็ก  ไปบอกครูใหญ่ว่าครูไม่สอน พาแต่เด็กไปเดิน ไปเล่น  ( ครูใหม่ เลยต้องชี้แจงในที่ประชุม ผู้ปกครองในเดือนต่อมา ....และ ต่อมา ครูใหม่พาเด็กไป   ...ผ่านบ้านใคร  ก็ถูกเรียกให้ไปกินผลไม้ หรือขนม ซึ่ง พ่อแม่เด็กเตรียมไว้ เพราะรู้ว่า วันนี้ ลูกจะเดิน มาอีกแล้ว และ ครูใหม่ก็ได้ ครูผู้ช่วย คือ พ่อแม่เด็ก นั่นแหละ.... จะเล่าให้ฟังตอนต่อไป )           กลับถึงห้อง ก็ชุลมุน ยกใหญ่ ลืมบอกไปว่า อาหารกลางวันนั้นเรียบร้อยแล้ว ตอนที่นั่งพักกัน ข้างๆลำห้วย ซึ่งเป็นที่ร่มรื่น มีบริเวณของพื้นที่เป็นทรายจากลำห้วยที่ถูกน้ำพามาในฤดูน้ำหลาก.....   มาถึงห้องก็บ่ายโมงกว่า ๆ   .....เด็กๆ แย่งที่จะเล่า ก่อนเพื่อน ( อยากโชว์ครูมั๊ง ) ครูใหม่ เลยต้องให้จับ หมายเลข เรียงลำดับก่อนหลัง ( แน้....ได้ฝึกอ่านตัวเลข อีกแล้ว ครับทั่น )    ..... เอ้า ...ก่อนจะมาเล่า ระบายสีรูปให้สวย ๆ ก่อน  แล้วเขียนชื่อรูป ด้วยนะ ใครเขียนไม่ได้ ( ก็มันไม่ได้อยู่แล้ว ไม่น่าถาม...) มาบอกครูว่าจะเขียนคำว่าอะไร ครูจะเขียนใส่กระดาษเศษให้ แล้วนักเรียนนำไป คัดตามแบบ ลงใต้รูปภาพของนักเรียน นะครับ....แล้วมาอ่านคำที่เขียน ให้เพื่อนฟัง ดังๆ              เด็ก ๆ ก็ ทำตามกติกามารยาท ด้วยดี  ........อ่านคำที่เขียนเสร็จ (ไม่รู้ว่าเขาเก่งนะ อ่านให้ฟังหนเดียว เขียนก็ได้ แถมอ่านได้ไม่ผิด .....แต่ถ้าจะให้สะกดตามมาตราตัวสะกด คงบอกว่ายังไม่ได้ ....ก็ยังไม่ต้องสอน  แต่สังเกตดูว่า เขาจะจำคำศัพท์นี้ไปตลอดเลยแหละ คงเป็นความจำถาวรแล้วหละมั๊ง...)   พออ่านเสร็จ เขาก็เล่าต่อ  ...ไม่รู้ว่าไปสรรหา อะไรมาเล่า.... เล่ากันไปถามกันไป .... พอทุกคนเล่าเสร็จ ก็พอดีใกล้จะเลิกเรียน ก็เลยร้องเพลง....ก่อนกลับบ้าน                             จบตอน2 เรียน เล่น เล่น   ( อ่านต่อ ปีหน้า  โทษทีโอกาสหน้า)