ขอบคุณคะอาจารย์ อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจมาสรุปเป็นข้อสังเกตพร้อมตัวอย่างสำหรับ นศพ./แพทย์ประจำบ้านด้วยคะ
ลักษณะโจทย์ดีและยาก มักประกอบด้วยความสามารถในการคลี่คลายปัญหาคือรู้ Priority problem and Why, How, What
1.Priority problem = อ่านโจทย์จบแล้วสามารถ parapharse จนนึกภาพออกได้ว่า ใคร-มาทำอะไร-ที่ไหน
Why/Objective = ทำไมเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญต้องรู้ วินิจฉัยใดที่ส่งผลต่อ line of management หรือความปลอดภัยของผู้ป่วย
2.How/Concept = วิธีหรือข้อมูลที่ช่่วยให้ได้วินิจฉัยออกมา
3.What/Improtant fact = ข้อมูลที่สำคัญเพื่อตัดสินใจให้การรักษา
ยกตัวอย่าง ปัญหาเรื่อง "เวียนหัว"
โจทย์ : ชายอายุ 65 ปี มาพบแพทย์ด้วยอาการเวียนศรีษะ ตาลาย เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยเล่าว่ามองภาพเห็นซ้อนและสั่นไหว เวลาเดินโคลงเคลง
ไม่มีหน้ามืดตอนลุก การได้ยินปกติ ไมมีคลื่นไส้อาเจียน รักษาโรคลมชัก ด้วยยา Phenytoin มา 30 ปี
ตรวจร่างกาย พบ Horizontal และ veritcal nystagmus การเดินเป็นแบบ wide-based gate การตรวจ cranial nerve ปกติ
การส่งตรวจใดช่วยในการรักษาผู้ป่วยรายนี้ที่สุด
1. EKG
2. EEG
3. Otoscope
4. Phenytoin level
การวิเคราะห์โจทย์
1. Priority problem : 'Vertigo' in middle age man underlying epilepsy
ประเด็นสำคัญของ vertigo คือไม่พลาดการวินิจฉัย celebrellar infarction เพราะเมื่อบวมจะกดทับก้านสมอง ทำให้เสียชีวิตได้
กับเนื้องอกของเส้นประสาทหู Schwannoma CN VIII
2. Concept สำคัญที่เกี่ยวข้องคือ vertigo คือ
จากสมอง Celebrella คือ Central vertigo
- จากหู labyrinth คือ Periphearl vertigo
-จากเส้นประสาทหู
ส่วนที่ทำให้คิดถึง central vertigo มากขึ้นคือ
1.Cardiovascular risk factors
2.Celebrellar sign = Vertical nystagmus,Diplopia, Dysmetria
3.Brain stem sign * แต่ ถ้ามี Hearing loss นึกถึง Shwannoma
3.ผู้ป่วยรายนี้ เข้าได้กับ Cerebellar vertigo
ซึ่งข้อมูลควรรู้คือระดับยา Phenytoin ที่สูงเป็นเวลานานส่งผลกระทบต่อ Cerebellar ได้
คำตอบที่ถูกคือ ข้อ 4
คำตอบ ข้อ 1 และ 2 เป็นการทดสอบ การรู้จักนิยามปัญหา 'รู้สึกโคลงเคลง' เป็น vertigo มิใช่่ หน้ามืด (lightheadess) หรือ ลมชัก (seizure)
คำตอบ ข้อ 3 ทดสอบความสามารถแยก central กับ peripheral vertigo