เราคิดว่าถ้ามองว่าเป็นการย้ายจากกระแสหนึ่งสู่อีกกระแสหนึ่ง เหมือนกับเรานึกไว้ในใจแล้วหละการทำงานพัฒนาชุมชนเป็นคู่ตรงข้ามกับเศรษฐกิจกระแสหลัก ซึ่งเราคิดว่ามี 2 ส่วนให้คิดนะ

 ส่วนแรก คือ ชุมชนที่เราเข้าไปเรียนรู้ จากที่ได้สัมผัสกับชุมชนมานะ... ในชุมชนไม่ได้มีการแยกขั้วอย่างชัดเจนเช่นนั้น... ในชุมชนยังมีการเลื่อนไหลอยู่ระหว่างการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติ คือแม้จะค้าขายกันบ้างแต่ไม่ได้มุ่งหากำไรกันเป็นล่ำเป็นสัน บางพื้นที่ทำในรูปของการสหกรณ์ร้านค้าชุมชน จัดการโดยชุมชนขายในราคาถูกกว่าร้านค้าทั่วไปนิดหน่อย สิ้นปีนำกำไรมาจัดเป็นระบบสวัสดิการชุมชน บางส่วนก็แบ่งให้กับคนทำงานเป็นกำลังใจ สิ่งสำคัญคือต้องถามกลับว่าเราเรียนรู้อะไรจากตรงนั้นต่างหาก

ส่วนหลัง คือ ตัวเรา ในฐานะคนเข้าไปเรียนรู้ ส่วนนี้สำคัญ จะต้องแน่วแน่ หนักแน่น กัดไม่ปล่อย ในเป้าหมายที่เราคาดหมายว่าจะทำในอนาคต ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในสายงานพัฒนาชุมชนต่อไปหรือไม่ อยู่ที่เป้าหมายของเราเอง

หลายคนหวังว่าจะเป็นนักวิจัย หลายคนหวังเป็นนักวิชาการ (ในมหาวิทยาลัย) หลายคนได้ความรู้และบทเรียนจากชุมชนนำไปพัฒนาธุรกิจของตัวเองได้

เราก็เหมือนกันเคยสับสนมาช่วงหนึ่งกับการทำงาน แต่ต้องตั้งสติให้มั่น แน่วแน่ในความคิด กัดไม่ปล่อยกับเป้าหมายที่อยากให้ไปให้ถึง ได้เท่านี้แล้วก็คงลดความกังวลกับพันธนาการที่จะมาติดพัน

ที่เหลือก็คือเราจะทำงานพัฒนาอย่างไรให้สนุก.....อันนี้สิที่น่าคิดมากกว่าอีก.....................