ตัวอย่าง I :
คนข้างบ้านทำอาหารช่วง 6 โมงเย็น เขาเดือดร้อน ขอน้ำปลาเพื่อใส่อาหาร เพราะน้ำปลาที่บ้านหมด เราก็ยินดีให้น้ำปลาเขาด้วยความยินดี

ในเวลาต่อมา.. เราเดินไปหาเพื่อนบ้านและเคาะประตูบ้าน พร้อมซื้อน้ำปลามาให้ (ตอนนั้น 4 ทุ่มแล้ว) เพื่อนบ้านไม่สนใจน้ำปลาที่อุตส่าห์ซื้อไปให้ แถมตำหนิด้วยว่า ไม่รู้เวล่ำเวลา .. ท่านทั้งหลายเหตุการณ์นี้คงตอบท่านได้บ้างไม่มากก็น้อย ... ความรู้ที่ท่านให้ มันต้องถูกกาล ถูกเวลา ถูกสถานที่



ตัวอย่าง II : 
พระเยซูเจ้า : ไม่ได้หามเรื่อง ของเมา 
พระพุทธเจ้า : ห้าม ไม่ให้ดื่มของเมา

ท่านจะเชื่อใคร ? ทำไม ? แล้วทำหรือไม่ ? เพื่ออะไร ? มันเป็นเรื่องของสติปัญญาของแต่ละคนครับ เมื่อถึงวันหนึ่ง เขาก็ย่อมรู้ได้เอง(หากมีสติ+ปัญญา)

ปล. การลดอัตตาในตัวตน วางใจให้สบาย  ลดความทะเยอทะยาน วางใจให้สบาย.. เป็นสิ่งที่ควรให้ความสนใจหมั่นพิจารณาแต่ละวันแต่ละคืนให้มากกว่าสิ่งใดใช่มั้ยครับ