ผมเป็นผู้เขียน "ปริยัติ ,ปฏิบัติ และ ปฏิเวธเองครับ" และขอร่วมแลกเปลี่ยนกับอาจารย์ก็แล้วกันครับ คือก่อนที่พระพุทธเจ้าพระองค์จะดับขันธ์ปรินิพพาน พระองค์กล่าวกับพระอานนท์ว่า เราจะไม่สืบทอดบุคคลใดเป็นศาสดาแทนตัวพระองค์ แต่จะให้พระธรรม และ พระวินัย อีกทั้งยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม......
ถ้าเราไม่ได้ศึกษาธรรม ซึ่งเปรียบเสมือนใบไม้ในกำมือของพระพุทธเจ้ากำมือเดียวนี้ เราจะรู้ว่า สติปัสฐาน ๔ มีอะไรหรือเปล่า ธรรมคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เวลาที่เรากล่าวคำว่าเราเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งนั้น พระรัตนตรัยมี (พระพุทธ,พระธรรม,พระสงฆ์) ในยุคนี้พระพุทธไม่มีแล้ว ท่านปรินิพพานนานแล้ว พระธรรม กับพระสงฆ์ ยังอยู่แต่เราไม่วิปัสสนาแล้วจะ แก้ทุกข์(แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน)โดยอะไร......
วิปัสสนา คืออุบายที่ทำให้เรืองปัญญา มี ๓ ทาง คือ สุตตมยปัญญา (ปัญญาเกิดจากการฟัง) เพราะเราท่านหรือสัตว์โลกทั่วไป ไม่มีบารมี แก่กล้าพอที่จะ "ตรัสรู้"
การตรัสรู้ได้ด้วยพระองค์เองต้องอาศัยการสั่งสมบารมี เป็น ๔อสงไขยแสนกัปป์ บุรุษผู้ซึ่งกระทำได้ มีหนึ่งเดียว ตามยุคของจักรวาล
จินตามยปัญญา (ปัญญาเกิดจากการใคร่ครวญธรรม) ถ้าไม่รู้ธรรมะสักหมวดเดียว จะเอาอะไรใคร่ครวญครับ
ภาวนามยปัญญา(ปัญญาเกิดจากการเจริญกัมมฐาน)
สุดท้ายถ้าจะคิดว่าปฏิเวธ คือความเข้าใจของพระอริยสงฆ์ ที่กล่าวว่า ความโกรธหน้าตาเหมือนเบื้องล่างของเท้ามนุษย์ ก็ตามแต่ใจของอาจารย์ครับ แต่ผมบอกว่าไม่ใช่ครับ