ไม่มีใครเปรียบเสมอ๑
ภิกษุท. ! บุคคลเอกเมื่อเกิดขึ้นมาในโลกย่อมเกิดขึ้นเป็นผู้ซึ่งไม่มีใครซ้ำสองไม่มีใครร่วมเป็นสหายด้วยได้ไม่มีคู่เปรียบไม่มีผู้เท่าทันไม่มีผู้คล้ายด้วยไม่มีคนเทียบได้ไม่มีผู้เสมอไม่มีใครที่จะเปรียบให้เหมือนได้
๑. บาลีเอก. อํ. ๒๐/๒๙/๑๔๓.
ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.และเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาสัตว์๒เท้าทั้งหลายแล. ใครกันเล่าเป็นบุคคลเอก?
ตถาคตผู้เป็นอรหันต์ตรัสรู้ชอบเองนี้แลเป็นบุคคลเอก.
ภิกษุท. ! นี่แลบุคคลเอกซึ่งเมื่อเกิดขึ้นมาในโลกย่อมเกิดขึ้นเป็นผู้ซึ่งไม่มีใครซ้ำสองไม่มีใครร่วมเป็นสหายด้วยได้ไม่มีคู่เปรียบไม่มีผู้เท่าทันไม่มีผู้คล้ายด้วยไม่มีคนเทียบได้ไม่มีผู้เสมอไม่มีใครที่จะเปรียบให้เหมือนได้และเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาสัตว์๒เท้าทั้งหลายแลไม่ทรงอภิวาทผู้ใด๑
พราหมณ์ ! ในโลกนี้กับทั้งเทวโลกมารโลกพรหมโลก, ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์พร้อมทั้งเทวดาแลมนุษย์, เราไม่มองเห็นใครที่เราพึงอภิวาทพึงลุกขึ้นยืนรับพึงต้อนรับด้วยตั้งอาสนะให้เพราะว่าตถาคตอภิวาทลุกรับตั้งอาสนะให้ผู้ใดศีรษะของผู้นั้นจะพึงแตกกระจายออก.๒
ทรงเป็นธรรมราชา๓
เสละ ! เราเป็นธรรมราชาไม่มีราชาอื่นยิ่งไปกว่า. เราหมุนจักรโดยธรรมให้เป็นไป.เป็นจักรซึ่งใครๆจะต้านทางให้หมุนกลับมิได้เลย.
๑. บาลีอัฏฐก. อํ. ๒๓/๑๗๔/๑๐๑. ตรัสแก่เวรัญชพราหมณ์เมืองเวรัญชา.
๒. คำนี้เป็นโวหารพูดเช่นเมื่อครูบาอาจารย์ของเรามาไหว้เราๆรู้สึกเป็นทุกข์ร้อน, หรือว่าเป็นตรงตามอักษรแล้วแต่จะสันนิษฐาน.
๓. บาลีเสลสูตรม.ม. ๑๓/๕๕๔/๖๐๙. ตรัสแก่เสลพราหมณ์ที่อาปณนิคมแคว้นอังคุตตราปะ.
ข้าแต่พระโคดม ! พระองค์ทรงปฏิญญาว่าเป็นสัมพุทธะเป็นธรรมราชาที่ไม่มีราชาอื่นยิ่งกว่า,และหมุนจักรโดยธรรมให้เป็นไป. แล้วก็ไหนเล่าเสนาบดีของพระองค์,ในบรรดาสาวกของพระองค์นั้นใครเล่าสามารถหมุนจักรที่พระองค์ให้เป็นไปแล้วให้เป็นไปตามได้?
เสละ! จักรที่เราให้เป็นไปแล้วเป็นธรรมจักรไม่มีจักรอื่นยิ่งไปกว่า.
สารีบุตรเป็นผู้เกิดตามตถาคตย่อมหมุนจักรนั้นให้เป็นไปตามเราได้. เสละ !
สิ่งควรรู้เราก็รู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง. สิ่งควรทำให้เกิดมีเราก็ได้ทำให้เกิดมีแล้ว.สิ่งควรละเราก็ละเสร็จแล้ว. เพราะเหตุนั้นแหละพราหมณ์เราจึงเป็นสัมพุทธะ.
ทรงเป็นธรรมราชาที่เคารพธรรม๑
ดูก่อนภิกษุ ! จักรพรรดิราชผู้ประกอบในธรรมเป็นธรรมราชาอาศัย
ธรรมอย่างเดียวสักการะธรรมเคารพธรรมนอบน้อมธรรมมีธรรมเป็นธงชัย
มีธรรมเป็นยอดมีธรรมเป็นอธิบดีย่อมจัดการอารักขาป้องกันและคุ้มครอง
โดยชอบธรรมในหมู่ชนในราชสำนักในกษัตริย์ที่เป็นเมืองออกในหมู่พล
ในพราหมณ์และคฤหบดีในราษฎรชาวนิคมและชนบทในสมณะและพราหมณ์และในเนื้อและนก,ทั้งหลาย; ชื่อว่าเป็นผู้ยังจักรให้เป็นไปโดยธรรมและเป็นจักรที่มนุษย์ใดๆผู้เป็นข้าศึกไม่อาจให้หมุนกลับได้ด้วยมือ ;นี้ฉันใด ;
ดูก่อนภิกษุ ! ตถาคตก็ฉันนั้นเหมือนกัน : ตถาคตเป็นอรหันตสัมมา -
สัมพุทธะเป็นธรรมราชาผู้ประกอบด้วยธรรมอาศัยธรรมอย่างเดียวสักการะธรรมเคารพธรรมนอบน้อมธรรมมีธรรมเป็นธงชัยมีธรรมเป็นยอด บาลีติก. อํ. ๒๐/๑๓๘/๔๕๓
มีธรรมเป็นอธิบดีย่อมจัดการอารักขาป้องกันและคุ้มครองโดยธรรมในกายกรรม,วจีกรรม, และมโนกรรมว่าอย่างนี้ๆควรเสพอย่างนี้ๆไม่ควรเสพดังนี้,ได้ยังธรรมจักรอันไม่มีจักรอื่นยิ่งไปกว่าให้เป็นไปโดยธรรมนั่นเทียว.และเป็นจักรที่สมณะหรือพราหมณ์, เทพ, มาร, พรหม, หรือใครๆในโลกไม่อาจต้านให้หมุนกลับได้, ฉะนั้น.
เมื่อได้ประมวลข้อความอันเป็นเรื่องแวดล้อมภาวะของการตรัสรู้เป็นพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าของพระองค์มาจนหมดจดแล้วจะได้เริ่มเนื้อความที่เป็นท้องเรื่อง
ติดต่อเป็นลำดับกันสืบไปอีกดังนี้ :-