เรื่อง มีความอดทน (มงคลที่ 27)
ความอดทน มาจากคำว่า ขันติ หมายถึง การรักษาปกติภาวะของตนไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนาหรือไม่พึงปรารถนาก็ตาม มีความมั่นคงหนักแน่นเหมือนแผ่นดิน ไม่หวั่นไหว ไม่ว่าจะมีคนเทอะไรลงไป ของเสีย ของหอม ของสกปรกหรือของดีงามก็ตาม
งานทุกชิ้นในโลกไม่ว่าจะเป็นงานเล็กงานใหญ่ ที่สำเร็จขึ้นมาได้นอกจากจะอาศัยปัญญาเป็นตัวนำแล้ว ล้วนต้องอาศัยคุณธรรมข้อหนึ่งเป็นพื้นฐานจึงสำเร็จได้ คุณธรรมข้อนั้นคือ ขันติ
ถ้าขาดขันติเสียแล้ว จะไม่มีงานชิ้นใดสำเร็จได้เลย เพราะขันติเป็นคุณธรรมสำหรับทั้งต่อต้านความท้อถอยหดหู่ ขับเคลื่อนเร่งเร้าให้เกิดความขยันและทำให้เห็นอุปสรรคต่าง ๆ เป็นเครื่องท้าทายความสามารถ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า ความสำเร็จของงานทุกชิ้น ทั้งทางโลกและทางธรรม คืออนุสาวรีย์ของขันติทั้งสิ้น
โดยเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า
“ยกเว้นปัญญาแล้ว เราสรรเสริญว่าขันติเป็นคุณธรรมอย่างยิ่ง”
วิธีฝึกให้มีความอดทน
1. ต้องคำนึงถึงหิริโอตตัปปะให้มาก เมื่อมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปอย่างเต็มที่ ความอดทนย่อมจะเกิดขึ้น ดังตัวอย่างในเรื่องของพระเตมีย์ใบ้
เมื่อครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ มีอยู่ชาติหนึ่ง พระองค์ประสูติเป็นโอรสกษัตริย์ ทรงพระนามว่าพระเตมีย์ ขณะมีพระชนม์ได้ 6 – 7 ชันษา ได้เห็นพระราชบิดาสั่งประหารโจรโดยใช้ไฟครอกให้ตาย ด้วยบุญบารมีที่ทำมาดีแล้ว ทำให้พระเตมีย์ระลึกชาติได้ว่าภพในอดีตพระองค์ก็เคยเป็นกษัตริย์ และก็เคยประหารโจร ทำให้ต้องตกนรกอยู่ช้านาน จึงคิดว่า ถ้าชาตินี้เราต้องเป็นกษัตริย์อีก ก็ต้องฆ่าโจรอีก แล้วก็จะตกนรกอีก
ตั้งแต่วันนั้นมา พระเตมีย์จึงแกล้งทำเป็นใบ้ ทำเป็นง่อยเปลี้ยเสียขา ไม่ขยับเขยื้อนร่างกายพระราชบิดาจะเอาขนมเอาของเล่นมาล่อ ก็ไม่สนใจ จะเอามดมาไต่ไรมากัด เอาไฟมาเผารอบตัวให้ร้อน เอาช้างมาทำท่าจะแทงก็เฉย ครั้งถึงวัยหนุ่ม เอาสาว ๆ สวย ๆ มาล่อ ก็เฉย เพราะคำนึงถึงภัยในนรกหิริโอตตัปปะเกิดขึ้นเต็มที่ จึงมีความอดทนอยู่ได้
นานวันเข้าพระราชบิดาเห็นว่า ถ้าเอาพระเตมีย์ไว้ก็จะเป็นกาลกิณีแก่บ้านเมือง จึงสั่งให้คนนำไปประหารเสียนอกเมือง เมื่อออกมาพ้นเมืองแล้ว พระเตมีย์ก็แสดงตัวว่าไม่ได้พิการแต่อย่างใด มีพละกำลังสมบูรณ์พร้อม แล้วก็ออกบวช ต่อมาพระราชบิดา ญาติพี่น้อง ประชาชนก็ได้ออกบวชตามไปด้วย และได้สำเร็จฌานสมบัติกันเป็นจำนวนมาก
2. ต้องรู้จักเชิดอารมณ์ที่มากระทบนั้นให้สูงขึ้น คือนึกเสียว่าที่เขาทำแก่เราอย่างนั้นน่ะดีแล้ว เช่น เขาด่าก็นึกเสียว่าเขาตี เขาตีก็นึกเสียว่าเขาฆ่า เมียมีชู้ยังดีกว่าเมียที่ฆ่าผัว ผัวมีเมียน้อยก็ยังดีกว่าผัวที่ฆ่าเมีย เพราะเห็นแก่หญิงอื่น ถ้าเปรียบกับการชกมวย การสู้แบบนี้ก็คือการหลบลบหมัดของคู่ต่อสู้ โดยวิธีหมอบลงต่ำให้หมัดเขาคร่อมหัวเราไปเสีย เราไม่เจ็บตัว ตัวอย่างในเรื่องนี้ ดูได้จากพระปุณณะเถระ
พระปุณณะเดิมเป็นชาวสุนาปรันตะ ไปค้าขายที่เมืองสาวัตถี ได้ฟังเทศน์จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดความเลื่อมใสศรัทธาจึงออกบวช
ครั้นบวชแล้วการทำสมาธิภาวนาไม่ได้ผล เพราะไม่คุ้นกับสถานที่ ท่านคิดว่าภูมิอากาศที่บ้านเดิมของท่านเหมาะกับตัวท่านมากกว่า จึงทูลว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสถามว่า
“เธอแน่ใจหรือปุณณะ คนชาวสุนาปรันตะนั้นดุร้ายมากนัก ทั้งหยาบคายด้วย เธอจะทนไหวหรือ”
“ไหวพระเจ้าข้า”
“นี่ปุณณะ ถ้าคนพวกนั้นเขาด่าเธอ เธอจะมีอุบายอย่างไร”
“ข้าพเจ้าก็คิดว่าถึงเขาจะด่าก็ยังดีกว่าเขาตบต่อยด้วยมือพระเจ้าข้า”
“ถ้าเผื่อเขาต่อยเอาล่ะ ปุณณะ”
“ก็ยังดีพระเจ้าข้า ดีกว่าเขาเอาก้อนดินกว้างเอา”
“ถ้าเขาเอาก้อนดินกว้างเอาล่ะ”
“ข้าพระองค์ก็จะคิดว่า ก็ยังดีพระเจ้าข้า ดีกว่าเอาไม้ตะพดตีเอา”
“เออ ถ้าเผื่อเขาหวดด้วยตะพดล่ะ”
“ก็ยังดีพระเจ้าข้า ดีกว่าถูกเขาแทงหรือฟังด้วยหอกดาบ”
“เอาล่ะ ถ้าเผื่อคนพวกนั้นเขาจะฆ่าเธอด้วยหอกด้วยดาบล่ะ ปุณณะ”
“ข้าพระองค์ก็จะคิดว่า มันก็เป็นการดีเหมือนกันพระเจ้าข้า”
“ดีอย่างไร ปุณณะ”
“ก็คนบางพวกที่คิดอยากตาย ยังต้องเสียเวลาเที่ยวแสวงหาศัสตราวุธมาฆ่าตัวเอง แต่ข้าพระองค์มีโชคดีกว่าคนพวกนั้น ไม่ต้องเสียเวลาไปเที่ยวหาศัสตราวุธอย่างเขา”
“ดีมาก ปุณณะ เธอคิดได้ดีมาก เป็นอันตกลง เราอนุญาตให้เธอไปพำนักทำความเพียรที่ตำบลธรรมกายไปตามลำดับ จนได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์
นี่คือเรื่องของพระปุณณะ นักอดทนตัวอย่าง ซึ่งอดทนได้โดยวิธีเชิดอารมณ์ที่มากระทบนั้นให้สูงขึ้น
3. ต้องฝึกสมาธิมาก ๆ เพราะทั้งขันติและสมาธิเป็นคุณธรรมที่เกื้อหนุนกัน ขันติจะหนักแน่นก็ต้องมีสมาธิมารองรับ สมาธิจะก้าวหน้าก็ต้องมีขันติเป็นพื้นฐาน ขันติอุปมาเหมือนมือซ้าย สมาธิอุปมาเหมือนมือขวา จะล้างมือ มือทั้งสองข้างจะต้องช่วยกันล้าง จึงจะสะอาดดี
มีตัวอย่างของผู้มีความอดทนเป็นเลิศอีกท่านหนึ่ง คือพระโลมสนาคเถระ
พระโลมสนาคเถระ เป็นพระที่ทำสมาธิจนสามารถระลึกชาติได้แต่ยังไม่หมดกิเลส วันหนึ่งท่านนั่งสมาธิอยู่กลางแจ้ง พอถึงตอนเที่ยงแดดส่องเหงื่อไหลท่วมตัวท่าน พวกลูกศิษย์จึงเรียนท่านว่า
“ท่านขอรับ นิมนต์ท่านนั่งในที่ร่มเถิด อากาศเย็นดี”
“พระเถระกล่าวตอบว่า”
“คุณ ฉันนั่งในที่นี้ เพราะกลัวต่อความร้อนนั่นเอง”
แล้วนั่งพิจารณาอเวจีมหานรกเรื่อยไป เพราะเคยได้ตกนรกมาหลายชาติ เห็นว่าความร้อนในอเวจีที่เคยตก ร้อนกว่านี้หลายร้อยหลายพันเท่า ท่านจึงไม่ลุกหนี ตั้งใจทำสมาธิต่อไป จนในที่สุดได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
พวกเราก็ควรนำมาเป็นข้อคิดเตือนใจว่า
“ที่อ้างร้อนนักหนาวนัก ขี้เกียจภาวนา ระวังจะไปร้อนหมกไหม้ในอเวจี หนาวเสียดกระดูกใน โลกันต์”
อานิสงส์การมีความอดทน
1. ทำให้กุศลธรรมทุกชนิดเจริญขึ้นได้
2. ทำให้เป็นคนมีเสน่ห์ เป็นที่รักของคนทั้งหลาย
3. ทำให้ตัดรากเหง้าแห่งความชั่วทั้งหลายได้
4. ทำให้อยู่เย็นเป็นสุขทุกอิริยาบถ
5. ชื่อว่าได้เครื่องประดับอันประเสริฐของนักปราชญ์
6. ทำให้ศีลและสมาธิตั้งมั่น
7. ทำให้ได้พรหมวิหารโดยง่าย
8. ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่ายฯลฯ
1. อคติ 4 แปลว่า ทางที่ไม่ควรดำเนิน หมายถึง ความลำเอียงความไม่ยุติธรรม อันเป็นข้อห้ามสำหรับ ผู้ปกครองและผู้บังคับบัญชาทั้งปวง สิ่งที่ตรงกันข้ามกับความลำเอียงคือความยุติธรรม ฉะนั้นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องหรือให้คุณให้โทษผู้อื่นจึงควรหลีกเลี่ยงอคติเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่หมู่คณะและ ส่วนรวม
|
ลำดับที่ |
ตัวอย่างการกระทำ |
ผลเสีย |
ข้อเสนอแนะวิธีแก้ไข |
|
ฉันทาคติ |
พ่อแม่รักน้องมากกว่าพี่ |
- พี่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ - พี่ทำตัวประชดพ่อแม่ - พี่ทำตัวไม่ดีต่อพ่อแม่ |
พ่อแม่ต้องรักพี่และน้องเท่าๆ กัน |
|
โทสาคติ |
เมื่อเราโกรธเพื่อนเวลาให้ของรางวัลมักจะให้ของไม่ดีหรือให้น้อยกว่าหรือให้หลังคนอื่น |
- ตัวเราจิตไม่สงบ - เพื่อนเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ |
- ควรปฏิบัติเช่นเดียวกับเพื่อนคนอื่น ๆ |
|
โมหาคติ |
ในขณะที่เห็นคนหน้าตาดีก็คิดว่านิสัยดี แต่เมื่อเห็นคนหน้าตาไม่ดีคิดว่าเขาเป็นคนร้าย |
- ตัวเราอาจถูกหลอกลวงได้ง่าย - ไม่ยุติธรรมต่อคนที่หน้าตาไม่ดี |
- ไม่ควรมองคนที่หน้าตา ต้องศึกษานิสัยใจคอกันก่อน |
|
ภยาคติ |
เช่นการช่วยเหลือลูกหลาน ผู้มีอำนาจเมื่อเขาทำผิดกฏจราจรเขาทำผิดกฎจราจรโดยให้โทษสถานเบา |
- ทำให้เด็กเกิดความ หึกเหิมไม่เกรงกลัวกฎหมาย |
- ควรปฏิบัติตามกฎหมายและควรอบรมสั่งสอนให้เขามีกฎระเบียบมากขึ้น |
สรุป ผลของการกระทำที่มีอคติ4
1. ทำให้ไม่มีเพื่อน
2. ทำให้สังคมขาดความเป็นธรรม
3. ทำให้สุขภาพจิตเสื่อมโทรม
4. ทำให้เกิดการแตกความสามัคคีในหมู่คณะ
|
ลำดับที่ |
พฤติกรรมที่ไม่มีอคติ 4 |
ตัวอย่างการกระทำ |
ผล |
|
1 |
ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะความรัก |
พ่อแม่แบ่งมรดกให้ลูก ๆ ทุกคน โดยไม่ลำเอียงให้คนใดคนหนึ่งมากกว่า |
จะทำให้เกิดความสามัคคีในหมู่ญาติพี่น้อง |
|
2 |
โทสาคติ ลำเอียงเพราะความโกรธ |
ในกรณีแจกรางวัลควรแจกรางวัลให้ทุกคนเท่า ๆ กัน ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง |
จะเกิดความยุติธรรมในหมู่คณะ |
|
3 |
โมหาคติ ลำเอียงเพราะความหลง |
ในกรณีที่ครูตรวจกระดาษคำตอบของนักเรียนต้องตรวจอย่างละเอียดและไม่ลำเอียง |
จะเกิดความยุติธรรมในห้องเรียน |
|
4 |
ภยาคติ ลำเอียงเพราะความกลัว |
เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ผู้กระทำผิดโดยไม่เกรงกลัวว่าบุคคลนั้นจะมีอำนาจบารมีสูงเพียงใด |
เกิดความยุติธรรมในสังคม |
พฤติกรรมที่สัมพันธ์กับหลักธรรม
หลักธรรม |
พฤติกรรมที่ปฏิบัติได้ |
ผลการปฏิบัติ |
|
ทาน |
รู้จักการให้การแบ่งปันสิ่งของให้เพื่อน |
มีความสุขทางใจ |
|
ศีล |
ปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัยไม่ฆ่าสัตว์ |
เป็นคนมีระเบียบวินัยกับการไม่เบียดเบียน |
|
บริจาค |
บริจาคทรัพย์ |
ทำให้ผู้ได้รับบริจาคมีฐานะดีขึ้น |
|
อาชวะ |
ไม่พูดโกหก |
มีความเชื่อถือ ได้รับความไว้วางใจ |
|
มัทวะ |
มีสัมมาคารวะ |
มีแต่คนรักใคร่ |
|
ตบะ |
มีความเพียรในการทำงาน |
ประสบความสำเร็จในการทำงาน |
|
อักโกธะ |
ร่าเริงตลอดเวลา |
ทำให้สุขภาพจิตดี มีคนรักใคร่ |
|
อวิหิงสา |
ไม่เบียดเบียนผู้อื่น |
ทำให้เป็นที่เคารพของผู้อื่น |
|
ขันติ |
อดทน เข้มแข็ง ไม่ย่อท้อ |
ได้มาซึ่งความสำเร็จ |
|
อวิโรธนะ |
ไม่ประพฤติผิดทำนองคลองธรรม |
มีคนสรรเสริญยกย่อง |
สิ่งที่ไม่ควรประมาทอย่างยิ่ง มี 7 ประการ ในมงคลชีวิตบอกมาให้ครบ
1.1 ไม่ประมาทในเวลา
1.2 ไม่ประมาทในความไม่มีโรค
1.3 ไม่ประมาทในการงาน
1.4 ไม่ประมาทในการปฏิบัติธรรม
1.5 ไม่ประมาทในวัย
1.6 ไม่ประมาทในชีวิต
1.7 ไม่ประมาทในการศึกษา
2. ความไม่ประมาทในธรรมชั้นต่ำ ได้แก่การไม่ประพฤติปฏิบัติ ความชั่ว 4 ประการ ได้แก่อะไรบ้าง
2.1 ในการละกายทุจริต
2.2 ในการละมโนทุจริต
2.3 ในการละวจีทุจริต
2.4 ในการละความเห็นผิด
3. ความไม่ประมาทในธรรมชั้นสูง ได้แก่การปฏิบัติตนเพื่อรักษาจิต 4 ประการ ได้แก่อะไรบ้าง
3.1 ระวังรักษาจิตไม่ให้กำหนด
3.2 ระวังรักษาจิตไม่ให้ขัดเคือง
3.3 ระวังรักษาจิตไม่ให้ลุ่มหลง
3.4 ระวังรักษาจิตไม่ให้มัวเมา
เรื่อง ความอ่อนน้อมถ่อมตน
1. สิ่งที่คนทั่วไปหลงถือเอาแบบปฏิบัติมี 6 ประการ คืออะไรบ้าง
1.1ชาติตระกูล
1.2ยศตำแหน่ง
1.3รูปร่างหน้าตา
1.4ความรู้ความสามารถ
1.5ทรัพย์สมบัติ
1.6บริวาร
2. บอกโทษของการอวดดื้อถือดีมาให้ครบ และควรมีวิธีแก้ความอวดดื้อถือดีนี้อย่างไร
1. ทำให้เสียคน
2. ทำให้เสียหมู่คณะ
3. ทำให้เสียมิตร
ควรแก้ความอวดดื้อถือดีดังนี้
1. รู้จักมองสิ่งต่าง ๆ ด้วยเหตุผล
2. รู้จักยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
3. ให้เกียรติบุคคลรอบข้างด้วยความจริงใจ
4. รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา
5. บุคคลที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนมักจะได้รับตอบแทนเช่นไร
5.1จะได้ยศถาบรรดาศักดิ์
5.2จะมีคนรักใคร่นับถือ
5.3มีแต่มิตร
เรื่องความอดทน
ความอดทน จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จในชีวิตจริงหรือไม่เพราะเหตุใด
จริง เพราะความอดทน หมายถึง การรักษาปกติภาวะของตนไว้ ไม่ว่าจะถูกกระทบ กระทั่ง ด้วยสิ่งใด ก็ยังมีความมั่นคงหนักแน่น อันก่อให้เกิดความสำเร็จในชีวิตและการงาน
1. ความอดทนมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
1.1ทำให้ศีล สมาธิ มั่นคง
1.2ทำให้กุศลธรรมทุกชนิดเจริญขึ้น
1.3ทำให้เป็นคนมีเสน่ห์เป็นที่รักของคนทั้งหลาย
1.4ตัดรากเหง้า แห่งความชั่วทั้งหลายได้
1.5ทำให้อยู่เย็นเป็นสุขทุกอริยาบถ
1.6ทำให้ได้พรหมวิหารได้ง่าย
1.7ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ง่าย
2. เห็นด้วยหรือไม่ คนที่มีความอดทนในการทำสมาธิ จะก่อให้เกิดปัญญา เพราะเหตุใด
เห็นด้วย เพราะเมื่อสมาธินิ่งก็จะเกิดปัญญาพิจารณาสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงหรือรู้เท่าทันธรรมดาของสังขาร
3. มีสำนวนไทยว่า “ด้านได้ อายอด” และตื้อเท่านั้นที่ครองโลก” สำนวนทั้งสองนี้มีความหมายแตกต่างจากความอดทนอย่างไร
ด้านได้ อายอด สำนวนนี้ ไม่ต้องอาศัยความอดทนแต่อาศัยความกล้าก็จะทำให้ได้สิ่งที่ต้องการ ส่วนความอดทน ก็ต้องอาศัยการรอคอย จังหวะเวลา ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก สำนวนนี้ต้องอาศัยความพยายามเท่านั้นจึงจะสำเร็จ ส่วนความอดทนก็ต้องรอจนกว่าจะได้สิ่งที่สมหวังไม่ช้าหรือเร็ว
4. คนที่อดทนต้องเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์เท่านั้น และผู้ชายอดทนกว่าผู้หญิง คนอ่อนแอ ขี้โรคย่อมอดทนไม่ได้ คำกล่าวเช่นนี้จริงหรือไม่
ไม่จริง เพราะ ความอดทนไม่ได้อยู่ที่ร่างกายแต่อยู่ที่จิตใจ
5. คนเราย่อมมีความอดทนไม่เท่ากัน เราควรจะมีขีดสุดของความอดทนแค่ไหนเพียงไร จงยกตัวอย่างสภาวะที่ทนไม่ได้
ขีดสุดของความอดทนอยู่ที่การฝึกอบรมจิตของแต่ละคนบางคนรู้จักยับยั้งความโกรธไว้ได้บางคนก็ยับยั้งความโกรธไม่ได้ผู้ที่สามารถยับยั้งความโกรธไว้ได้แสดงว่ามีการฝึกอบรมจิตให้โทสะมีน้อยลง เพื่อชนะกิเลสของตนและผู้อื่น ตัวอย่างสภาวะที่นักเรียนทนไม่ได้ เช่นถูกเพื่อนรังแก
ประวัติผู้รวบรวมและเขียน
ชื่อสกุล นายธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี