อติจิรํนิวาเสนปิโยภวติอปฺปิโย
เพราะอยู่ด้วยกันนานเกินไปที่รักก็กลายเป็นหน่าย[๐๙.๒๙] (๒๗/๑๗๖๑)
อเปตจิตฺเตนนสมฺภเชยฺย
ไม่พึงอยู่กินกับคนไม่มีใจไยดี[๐๙.๓๐] (๒๗/๒๙๖)
นวิสฺสเสอวิสฺสตฺเถ
ไม่ควรไว้ใจในคนไม่คุ้นเคย[๐๙.๓๑] (๒๗/๙๓)
วิสฺสตฺเถปินวิสฺสเส
ถึงคนคุ้นเคยก็ไม่ควรวางใจ[๐๙.๓๒] (๒๗/๙๓)
นาสฺมเสกตปาปมฺหินาสฺมเสอลิกวาทิเน
นาสฺมเสอตฺตตฺถปญฺญมฺหิอติสนฺเตปินาสฺมเส
ไม่ควรไว้ใจคนที่ทำชั่วมาแล้วไม่ควรไว้ใจคนที่พูดพล่อยๆไม่ควรไว้ใจคนที่เห็นแก่ตัวถึงคนที่ทำทีสงบเสงี่ยมเกินไปก็ไม่ควรไว้ใจ[๐๙.๓๓] (๒๗/๑๔๒๒)
วิสฺสาสาภยมนฺเวติ
เพราะไว้วางใจภัยจะตามมา[๐๙.๓๔] (๒๗/๙๓)
มิตฺตทุพฺโภหิปาปโก
ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลว[๐๙.๓๕] (๒๗/๑๔๖๙)
อตฺถมฺหิชาตมฺหิสุขาสหายา
สหายช่วยให้เกิดสุขในเมื่อเกิดมีเรื่องราว[๐๙.๓๖] (๒๕/๓๓)
สเจลเภถนิปกํสหายํ
จเรยฺยเตนตฺตมโนสติมา
ถ้าได้สหายผู้มีปัญญาปกครองตนพึงพอใจมีสติเที่ยวไปกับเขา[๐๙.๓๗] (๒๕/๓๓)
โนเจลเภถนิปกํสหายํ
เอโกจเรนจปาปานิกยิรา
ถ้าไม่ได้สหายที่มีปัญญาปกครองตนพึงเที่ยวไปคนเดียวและไม่พึงทำความชั่ว[๐๙.๓๘] (๒๕/๓๓)
เสยฺโยอมิตฺโตเมธาวียญฺเจพาลานุกมฺปโก
มีศัตรูเป็นบัณฑิตดีกว่ามีมิตรเป็นพาล[๐๙.๓๙] (๒๗/๔๕)
๑๐. การเบียดเบียน-การช่วยเหลือกัน
สพฺพาทิสาอนุปริคมฺมเจตสา
เนวชฺฌคาปิยตรตฺตนากฺวจิ
เอวมฺปิโสปุถุอตฺตาปเรสํ
ตรวจดูด้วยจิตทั่วทุกทิศแล้วไม่พบใครที่ไหนเป็นที่รักยิ่งกว่าตนเองเลยคนอื่นก็รักตนมากเช่นเดียวกัน
ตสฺมานหึเสปรํอตฺตกาโม
ฉะนั้นผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนคนอื่น[๑๐.๐๑] (๒๕/๑๑๐)
สพฺเพตสนฺติทณฺฑสฺสสพฺเพภายนฺติมจฺจุโน
สัตว์ทั้งปวงย่อมหวาดหวั่นต่ออาชญาสัตว์ทั้งปวงย่อมกลัวความตาย
สพฺเพตสนฺติทณฺฑสฺสสพฺเพสํชีวิตํปิยํ
สัตว์ทั้งปวงย่อมหวาดหวั่นต่ออาชญาชีวิตเป็นที่รักของทุกคน
ยถาอหํตถาเอเตยถาเอเตตถาอหํ
เราฉันใดสัตว์เหล่านี้ก็ฉันนั้นสัตว์เหล่านี้ฉันใดเราก็ฉันนั้น
อตฺตานํอุปมํกตฺวานหเนยฺยนฆาตเย
นึกถึงเขาเอาตัวเราเข้าเทียบแล้วไม่ควรเข่นฆ่าไม่ควรให้สังหารกัน[๑๐.๐๒] (๒๕/๒๐,๓๘๙)
ทุกฺขิตสฺสสกฺกจฺจกโรติกิจฺจํ
ช่วยเหลือคนเดือดร้อนด้วยความตั้งใจ[๑๐.๐๓] (๒๗/๒๔๖๖)
สนฺโตสตฺตหิเตรตา
คนดีชอบช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น[๑๐.๐๔] (ชา.อ.๑/๒๓๐)
สพฺเพสํสหิโตโหติ
คนดีบำเพ็ญประโยชน์แก่ปวงชน[๑๐.๐๕] (๒๓/๑๒๘)
พหูนํวตอตฺถายปณฺฑิโตฆรมาวสํ
คนมีปัญญาอยู่ครองเรือนก็เป็นประโยชน์แก่คนจำนวนมาก[๑๐.๐๖] (๒๓/๑๒๘)
๑๐. การเบียดเบียนฯ
นหิเวเรนเวรานิสมฺมนฺตีธกุทาจนํ
ในโลกนี้เวรระงับด้วยเวรไม่เคยมี[๑๐.๐๗] (๒๕/๑๑)
ปูชโกลภเตปูชํ
ผู้บูชาย่อมได้บูชาตอบ[๑๐.๐๘] (๒๘/๔๐๑)
วนฺทโกปฏิวนฺทนํ
ผู้ไหว้ย่อมได้การไหว้ตอบ[๑๐.๐๙] (๒๘/๔๐๑)
สุขสฺสทาตาเมธาวีสุขํโสอธิคจฺฉติ
คนฉลาดให้ความสุขย่อมได้ความสุข[๑๐.๑๐] (๒๒/๓๗)
ททํมิตฺตานิคนฺถติ
เมื่อให้ไปย่อมผูกไมตรีไว้[๑๐.๑๑] (๑๕/๘๔๕)
ททมาโนปิโยโหติ
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก[๑๐.๑๒] (๒๒/๓๕)
ทีปํหิเอตํปรมํนรานํ
ยํปณฺฑิตาโสกนุทาภวนฺติ
บัณฑิตสามารถปัดเป่าความเศร้าโศกของคนอื่นได้จึงจัดว่าเป็นที่พึ่งยอดเยี่ยมของคนทั้งหลาย[๑๐.๑๓] (๒๘/๓๓๓)
บทที่๑๐
๑๐. การเบียดเบียนฯ
สกุโณมยฺหโกนามคิริสานุทรีจโร
ปกฺกํปิปฺผลิมารุยฺหมยฺหํมยฺหนฺติกนฺทติ
นกชนิดหนึ่งเที่ยวบินอยู่ตามช่องเขาและไหล่เขามีชื่อว่านกมัยหกะมันบินไปสู่ต้นเลียบอันมีผลสุกแล้วร้องว่า “ของข้าๆ” เมื่อนกมัยหกะร้องอยู่อย่างนั้นฝูงนกทั้งหลายก็พากันบินมาจิกกินผลเลียบแล้วก็พากันบินไปนกมัยหกะก็ยังร้องพร่ำอยู่อย่างเดิมนั่นเอง
เอวมิเธวเอกจฺโจสงฺฆริตฺวาพหุธนํ
เนวตฺตโนนญาตีนํยโถธึปฏิปชฺชติ
คนบางคนในโลกนี้ก็ฉันนั้นเก็บทรัพย์สะสมไว้มากมายแล้วตนเองก็ไม่ได้ใช้ทั้งไม่เผื่อแผ่เจือจานแก่ญาติทั้งหลายตามส่วนเมื่อเขาหวงแหนทรัพย์ไว้รำพึงว่า “ของข้าๆ” ราชการหรือโจรหรือทายาทก็มาเอาทรัพย์นั้นไปตัวเขาก็ได้แต่รำพันอยู่อย่างนั้นนั่นเอง
[๑๐.๑๔] (๒๗/๙๓๑)
นิวตฺตยนฺติโสกมฺหา
คนใจการุณย์ช่วยแก้ไขคนให้หายโศกเศร้า[๑๐.๑๕] (๒๗/๑๔๙๒)
เนกาสีลภเตสุขํ
กินคนเดียวไม่ได้ความสุข[๑๐.๑๖] (๒๗/๑๖๗๔)
นภุญฺเชสาธุเมกโก
ไม่พึงบริโภคของอร่อยผู้เดียว[๑๐.๑๗] (๒๘/๙๔๙)
นหิทานาปรํอตฺถิปติฏฺฐาสพฺพปาณินํ
นอกจากการแบ่งปันเผื่อแผ่กันแล้วสัตว์ทั้งปวงหามีที่พึ่งอย่างอื่นไม่[๑๐.๑๘] (๒๘/๑๐๗๓)
โยมาตรํปิตรํวาชิณฺณกํคตโยพฺพนํ
ปหุสนฺโตนภรติตํปราภวโตมุขํ
คนใดมารดาบิดาแก่เฒ่าล่วงพ้นวัยหนุ่มวัยสาวไปแล้วตนเองสามารถก็ไม่เลี้ยงดูนั้นคือปากทางของความเสื่อม[๑๐.๑๙] (๒๕/๓๐๔)
ปหุตวิตฺโตปุริโสสหิรญฺโญสโภชโน
เอโกภุญฺชติสาทูนิตํปราภวโตมุขํ
คนใดมั่งมีทรัพย์สินเงินทองมีของกินของใช้มากแต่บริโภคของอร่อยคนเดียวนั้นเป็นปากทางแห่งความเสื่อม[๑๐.๒๐] (๒๕/๓๐๔)
ทเทยฺยปุริโสทานํอปฺปํวายทิวาพหุ
เกิดมาเป็นคนจะมากหรือน้อยก็ควรให้ปันบ้าง[๑๐.๒๑] (๒๗/๑๐๑๒)
อนฺนโทพลโทโหติ
ผู้ให้อาหารชื่อว่าให้กำลัง
วตฺถโทโหติวณฺณโท
ผู้ให้ผ้านุ่งห่มชื่อว่าให้ผิวพรรณ
ยานโทสุขโทโหติ
ผู้ให้ยานพาหนะชื่อว่าให้ความสะดวก
โสจสพฺพทโทโหติโยททาติอุปสฺสยํ
ผู้ใดให้ที่พำนักอาศัยผู้นั้นชื่อว่าให้ทั้งหมด[๑๐.๒๒] (๑๕/๑๓๘)
อมตนฺทโทจโสโหติโยธมฺมมนุสาสติ
ผู้ใดสั่งสอนธรรมผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งที่ไม่ตาย[๑๐.๒๓] (๑๕/๑๓๘)
วิเจยฺยทานํสุคตปฺปสตฺถํ
ให้ด้วยพิจารณาพระศาสดาทรงสรรเสริญ[๑๐.๒๔] (๑๕/๙๙)
อารามโรปาวนโรปาเยชนาเสตุการกา
ปปญฺจอุทปานญฺจเยททนฺติอุปสฺสยํ
เตสํทิวาจรตฺโตจสทาปุญฺญํปวฑฺฒติ
ชนเหล่าใดปลูกสวนปลูกป่าสร้างสะพานให้แหล่งน้ำบ่อน้ำและที่พักอาศัยบุญของชนเหล่านั้นย่อมเพิ่มพูนทุกเมื่อทั้งคืนทั้งวัน
[๑๐.๒๕] (๑๕/๑๔๖)
หิโตพหุนฺนํปฏิปชฺชโภเค
คนดีจัดการโภคทรัพย์บำเพ็ญประโยชน์แก่ชนจำนวนมาก[๑๐.๒๖] (๒๒/๔๒)
ทินฺนํโหติสุนิพฺภตํ
ของที่ให้แล้วชื่อว่านำออกไปอย่างดีแล้ว[๑๐.๒๗] (๑๕/๑๓๖)
ทินฺนํสุขผลํโหตินาทินฺนํโหติตํยถา
ของที่ให้แล้วชื่อว่าออกผลเป็นความสุขแล้วส่วนของที่ยังไม่ได้ให้ยังไม่มีผลเช่นนั้น[๑๐.๒๘] (๑๕/๑๓๖)
อทฺธาหิทานํพหุธาปสตฺถํ
ทานาจโขธมฺมปทํวเสยฺโย
ทานนั้นปราชญ์สรรเสริญกันโดยมากอย่างแน่นอนแต่กระนั้นบทธรรมก็ยังประเสริฐกว่าทาน[๑๐.๒๙] (๑๕/๑๐๑)
เอตทคฺคํภิกฺขเวทานานํยทิทํธมฺมทานํ
ภิกษุทั้งหลายการให้ธรรมเป็นยอดแห่งทาน[๑๐.๓๐] (๒๓/๒๐๙)
สพฺพทานํธมฺมทานํชินาติ
การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง[๑๐.๓๑] (๒๕/๓๔)
๑๑. สามัคคี
สมคฺคานํตโปสุโข
ความเพียรของหมู่ชนผู้พร้อมเพรียงกันให้เกิดสุข[๑๑.๐๑] (๒๕/๒๕)
สุขาสงฺฆสฺสสามคฺคี
สามัคคีของหมู่ให้เกิดสุข[๑๑.๐๒] (๒๕/๑๙๔)
สูกเรหิสมคฺเคหิพฺยคฺโฆเอกายเนหโต
สุกรทั้งหลายพร้อมเพรียงกันยังฆ่าเสือโคร่งได้เพราะใจรวมเป็นอันเดียว[๑๑.๐๓] (๒๗/๑๙๘๗)
เอเตภิยฺโยสมายนฺติสนฺธิเตสํนชีรติ
โยจาธิปนฺนํชานาติโยจชานาติเทสนํ
ผู้ใดรู้โทษที่ตนล่วงละเมิด๑ผู้ใดยอมรับรู้โทษที่เขามาสารภาพ๑คนทั้งสองนี้ย่อมพร้อมเพรียงกันยิ่งขึ้นมิตรภาพของเขาย่อมไม่เสื่อมคลาย[๑๑.๐๔] (๒๗/๕๔๘)
เอโสหิอุตฺตริตโรภาราวโหธุรนฺธโร
โยปเรสาธิปนฺนานํสยํสนฺธาตุมรหติ
ผู้ใดเมื่อคนอื่นล่วงเกินกันอยู่ตนเองกลับหาทางเชื่อมเขาให้คืนดีกันได้ผู้นั้นแลชื่อว่าเป็นคนเอาภาระเป็นผู้จัดธุระที่ดียอดเยี่ยม[๑๑.๐๕] (๒๗/๕๔๙)
สเจปิสนฺโตวิวทนฺติขิปฺปํสนฺธียเรปุน
พาลาปตฺตาวภิชฺชนฺตินเตสมถมชฺฌคู
ถ้าแม้สัตบุรุษวิวาทกันก็กลับเชื่อมกันได้สนิทโดยเร็วส่วนคนพาลทั้งหลายย่อมแตกกันเหมือนภาชนะดินเขาย่อมไม่ได้ความสงบเวรกันเลย[๑๑.๐๖] (๒๗/๕๔๗)
สมคฺคาสขิลาโหถ
จงสามัคคีมีน้ำใจต่อกัน[๑๑.๐๗] (๓๓/๓๕)
๑๒. การปกครอง
วโสอิสฺสริยํโลเก
อำนาจเป็นใหญ่ในโลก(อิสรภาพคือความมีอำนาจในตัวเอง)
[๑๒.๐๑] (๑๕/๒๑๒)
สพฺพํปรวสํทุกฺขํ
การอยู่ในอำนาจของผู้อื่นเป็นทุกข์ทั้งสิ้น[๑๒.๐๒] (๒๕/๖๓)
สพฺพํอิสฺสริยํสุขํ
อิสรภาพเป็นสุขทั้งสิ้น[๑๒.๐๓] (๒๕/๖๓)
ราชารฏฺฐสฺสปญฺญาณํ
ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น(ผู้ปกครองเป็นเครื่องส่องถึงรัฐ)
[๑๒.๐๔] (๑๕/๒๐๑)
ตํมํนตปฺปตีพนฺโธวโธเมนตเปสฺสติ
สุขมาหริตํเตสํเยสํรชฺชมการยึ
ถึงจะถูกจองจำข้าฯก็ไม่เดือดร้อนถึงจะถูกฆ่าก็ไม่ครั่นคร้ามเพราะข้าฯได้นำความสุขมาให้แล้วแก่เหล่าชนที่ข้าฯปกครอง
[๑๒.๐๕] (๒๗/๑๐๕๕)
สพฺเพสํสุขเมตพฺพํขตฺติเยนปชานตา
ผู้ปกครองแผ่นดินมีปัญญาพึงแสวงสุขเพื่อปวงประชา
[๑๒.๐๖] (๒๗/๑๐๕๖)
ธมฺมํปมชฺชขตฺติโยรฏฺฐาจวติอิสฺสโร
ผู้ครองแผ่นดินถึงจะมีอำนาจยิ่งใหญ่ประมาทธรรมเสียแล้วก็ร่วงจากรัฐ (สูญเสียอำนาจ)[๑๒.๐๗] (๒๘/๕๑)
สาธุธมฺมรุจีราชา
ราชาชอบธรรมจึงจะดี(จะเป็นการดีต่อเมื่อมีผู้ปกครองที่นิยมธรรม)[๑๒.๐๘] (๒๘/๕๐)
อกฺโกธนสฺสวิชิเตฐิตธมฺมสฺสราชิโน
สุขํมนุสฺสาอาเสถสีตจฺฉายายสํฆเร
ในแว่นแคว้นของราชาผู้มีเมตตามีธรรมมั่นคงประชาชนจะนั่งนอนเป็นสุขเหมือนมีร่มเงาที่เย็นสบายอยู่ในบ้านของตัวเอง[๑๒.๐๙] (๒๘/๕๐)
ควญฺเจตรมานานํชิมฺหํคจฺฉนฺติปุงฺคโวฯเปฯ
สพฺพํรฏฺฐํทุกฺขํเสติราชาเจโหติอธมฺมิโก
เมื่อฝูงโคว่ายข้ามฟากอยู่ถ้าโคนำฝูงไปคดโคทั้งหมดก็ว่ายคดไปตามฉันใดในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้นผู้ใดได้รับแต่งตั้งเป็นใหญ่ถ้าผู้นั้นประพฤติอธรรมจะป่วยกล่าวไปไยถึงประชาชนที่เหลือถ้าราชาไม่ตั้งอยู่ในธรรมรัฐทั้งหมดย่อมอยู่เป็นทุกข์
ควญฺเจตรมานานํอุชุคจฺฉติปุงฺคโวฯเปฯ
สพฺพํรฏฺฐํสุขํเสติราชาเจโหติธมฺมิโก
เมื่อฝูงโคว่ายข้ามฟากอยู่ถ้าโคนำฝูงไปตรงโคทั้งหมดย่อมว่ายตรงไปตามฉันใดในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้นผู้ใดได้รับแต่งตั้งเป็นใหญ่ถ้าผู้นั้นประพฤติธรรมประชาชนที่เหลือก็เป็นอันไม่ต้องกล่าวถึงถ้าราชาตั้งอยู่ในธรรมรัฐทั้งหมดย่อมอยู่เป็นสุข[๑๒.๑๐_] (๒๑/๗๐)
อริโยอนริยํกุพฺพํโยทณฺเฑนนิเสเธติ
สาสนํตํนตํเวรํอิตินํปณฺฑิตาวิทู
เมื่ออนารยชนก่อกรรมชั่วอารยชนใช้อาญาหักห้ามการกระทำนั้นเป็นการสั่งสอนหาใช่เป็นเวรไม่บัณฑิตทั้งหลายเข้าใจกันอย่างนี้[๑๒.๑๑] (๒๗/๓๕๗)
นิสมฺมทณฺฑํปณเยยฺยอิสฺสโร
คนที่เป็นใหญ่จะต้องใคร่ครวญให้ดีก่อนจึงลงโทษ[๑๒.๑๒] (๒๗/๒๑๗๕)
เวคากตํตปฺปติภูมิปาล
ท่านผู้ครองแผ่นดิน! การที่ทำโดยผลีผลามจะแผดเผาตัวได้[๑๒.๑๓] (๒๗/๒๑๗๕)
โยอิสฺสโรมฺหีติกโรติปาปํ
กตฺวาจโสนุตฺตปเตปเรสํ
นเตนโสชีวติทีฆมายุ
เทวาปิปาเปนสเมกฺขเรนํ
ผู้ใดทำความชั่วด้วยสำคัญตัวว่า “เราเป็นผู้ยิ่งใหญ่”ครั้นทำแล้วก็ไม่หวั่นเกรงต่อคนทั้งหลายอื่นผู้นั้นจะดำรงชีพอยู่ยืนยาวด้วยความชั่วนั้นก็หาไม่แม้เทพทั้งหลายก็มองดูเขาด้วยนัยน์ตาอันเหยียดหยาม[๑๒.๑๔] (๒๘/๓๑)
มาตาตอิสฺสโรมฺหีติอนตฺถายปตารยิ
อย่าสำคัญตนว่าเรามีอำนาจยิ่งใหญ่แล้วทำให้ประชาชนพลอยพินาศ
[๑๒.๑๕] (๒๗/๒๔๔๒)
สยํอายํวยํชญฺญาสยํชญฺญากตากตํ
ผู้ปกครองต้องทราบรายได้รายจ่ายด้วยตนเองต้องทราบกิจการที่ทำแล้วและยังมิได้ทำด้วยตนเอง[๑๒.๑๖] (๒๗/๒๔๔๒)
นิคฺคณฺเหนิคฺคหารหํปคฺคณฺเหปคฺคหารหํ
พึงข่มคนที่ควรข่มพึงยกย่องคนที่ควรยกย่อง[๑๒.๑๗] (๒๗/๒๔๔๒)
อเปตโลมหํสสฺสรญฺโญกามานุสาริโน
สพฺเพโภคาวินสฺสนฺติรญฺโญตํวุจฺจเตอฆํ
ผู้ครองแผ่นดินที่เจ้าสำราญแส่หาแต่กามารมณ์โภคทรัพย์จะพินาศหมดนี่แลที่เรียกว่าทุกข์ภัยของผู้ครองแผ่นดิน[๑๒.๑๘] (๒๗/๒๔๔๒)
มหตฺตปตฺโตปินิวาตวุตฺติ
ตสฺมึหโปเสวิปุลาภวามิ
อุมฺมีสมุทฺทสฺสยถาปิวณฺณํ
ถึงจะขึ้นสู่สถานะที่ยิ่งใหญ่ก็ถ่อมตัวใฝ่ฟังบัณฑิต
ท่านผู้เช่นนั้นจะเป็นที่ชื่นชมยำเกรงเหมือนคนเห็นบรรยากาศแห่งมหาสมุทรแล้วขามเกรงต่อศักยะแห่งคลื่นใหญ่[๑๒.๑๙] (๒๗/๘๘๒)
ปฐเมเนววิตถํโกธํหาสํนิวารเย
ตโตกิจฺจานิกาเรยฺยตํวตํอาหุขตฺติย
เริ่มแรกแก้ไขข้อที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนให้เสร็จระงับความโกรธกริ้วและความบันเทิงไว้ก่อนจากนั้นจึงสั่งงานข้อนี้นักปราชญ์กล่าวว่าเป็นวัตร(ระเบียบปฏิบัติ) ของผู้ปกครอง
[๑๒.๒๐] (๒๗/๒๔๔๐)
มทาปมาโทชาเยถ
จากความมัวเมาก็เกิดความประมาท[๑๒.๒๑] (๒๗/๒๔๑๙)
ปมาทาชายเตขโย
จากความประมาทก็เกิดความเสื่อม[๑๒.๒๒] (๒๗/๒๔๑๙)
ขยาปโทสาชายนฺติ
จากความเสื่อมก็เกิดโทษประดัง[๑๒.๒๓] (๒๗/๒๔๑๙)
มามโทภรตูสภ
ผู้มีภาระปกครองรัฐจงอย่าได้ประมาทเลย[๑๒.๒๔] (๒๗/๒๔๑๙)
ขตฺติยสฺสปมตฺตสฺสรฏฺฐสฺมึรฏฺฐวฑฺฒน
สพฺเพโภคาวินสฺสนฺติรญฺโญตํวุจฺจเตอฆํ
เมื่อผู้ครองแผ่นดินประมาทโภคทรัพย์ในรัฐทั้งหมดย่อมพินาศนี่แลเรียกว่าทุกข์ภัยของผู้ครองแผ่นดิน[๑๒.๒๕] (๒๗/๒๔๔๐)
อุปสฺสุตึมหาราชรฏฺเฐชนปเทจร
ตตฺถทิสฺวาสุตฺวาจตโตตํปฏิปชฺชสิ
ดูกรมหาราชพระองค์จงเสด็จเที่ยวสดับดูความเป็นอยู่ความเป็นไปในแว่นแคว้นแดนชนบทครั้นได้เห็นได้ฟังแล้วจึงปฏิบัติราชกิจนั้นๆ[๑๒.๒๖] (๒๗/๒๔๑๙)
อรกฺขิตาชานปทาอธมฺมพลินาหตา
รตฺติญฺหิโจราขาทนฺติทิวาขาทนฺติตุณฑิยา
รฏฺฐสฺมึกูฏราชสฺสพหุอธมฺมิโกชโน
ชาวชนบทไม่ได้รับการพิทักษ์รักษาถูกกดขี่ด้วยค่าธรรมเนียมไม่ชอบธรรมกลางคืนโจรปล้นกลางวันข้าราชการข่มเหงในแว่นแคว้นของผู้ปกครองชั่วร้ายย่อมมีคนอาธรรม์มากมาย[๑๒.๒๗] (๒๗/๒๔๒๒)
รกฺเขยฺยานาคตํภยํ
พึงป้องกันภัยที่ยังไม่มาถึง[๑๒.๒๘] (๒๗/๕๔๕)
สงฺเกยฺยสงฺกิตพฺพานิ
พึงระแวงสิ่งที่ควรระแวง[๑๒.๒๙] (๒๗/๕๔๕)
สกฺกาโรกาปุริสํหนฺติ
สักการะฆ่าคนชั่วได้[๑๒.๓๐] (๑๕/๖๑๐)
โยจอุปฺปติตํอตฺถิขิปฺปเมวนพุชฺฌติ
อมิตฺตวสมนฺเวติปจฺฉาวอนุตปฺปติ
ผู้ใดไม่รู้เท่าทันเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้โดยฉับพลันผู้นั้นจะหลงเข้าไปในอำนาจของศัตรูและจะเดือดร้อนภายหลัง[๑๒.๓๑] (๒๗/๑๔๓๐)
อปฺปเสโนปิเจมนฺตีมหาเสนํอมนฺตินํ
ถึงแม้จะมีกำลังพลน้อยแต่มีความคิดก็เอาชนะกองทัพใหญ่ที่ไร้ความคิดได้[๑๒.๓๒] (๒๘/๖๕๕)
พาโลอปริณายโก
คนพาลเป็นผู้นำไม่ได้[๑๒.๓๓] (๒๗/๓๑๓)
นสาธุพลวาพาโลยูถสฺสปริหารโก
ผู้บริหารหมู่คณะถึงจะมีกำลังอำนาจแต่เป็นคนพาลย่อมไม่เป็นผลดี[๑๒.๓๔] (๒๗/๑๐๓๑)
ธีโรจพลวาสาธุยูถสฺสปริหารโก
ผู้บริหารหมู่ชนเป็นปราชญ์และมีกำลังเข้มแข็งจึงจะเป็นผลดี[๑๒.๓๕] (๒๗/๑๐๓๒)