ทดสอบเรื่อง การพูด
1. การพูดหมายถึงอะไร
A. ? การที่มนุษย์เปล่งเสียงเป็นถ้อยคำภาษาออกมาเพื่อแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก หรือความต้องการของผู้พูดไปให้ผู้ฟังได้ยินและเข้าใจ โดยอาศัยภาษา น้ำเสียง อากัปกิริยาท่าทางเป็นสื่อและมีการตอบสนองจากผู้ฟัง
B. ? การพูดเป็นวิธีสื่อสารชนิดหนึ่งของทักษะการส่งสารซึ่งสามารถฝึกหัดให้มีประสิทธิภาพได้ โดยผู้พูดสามารถ ส่งรหัสของสารโดยใช้ภาษาถ้อยคำ และท่าทาง เป็นสื่อส่งสารไปให้ผู้ฟังสามารถถอดรหัสจนเข้าใจความหมายของสารได้
C. ? การสื่อความหมายซึ่งกันและกันในสังคมโดยการใช้สัญลักษณ์ต่างๆ เช่น เสียง ภาษา อากัปกิริยา ท่าทางเพื่อถ่ายทอดความรู้ความคิดเห็น และความรู้สึกของผู้พูดไปสู่ผู้ฟัง
D. ? การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และอากัปกิริยาเพื่อถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความรู้สึกและความต้องการของผู้พูดให้ผู้ฟังรับรู้และเกิดการตอบสนอง
E. ? มีทั้งผู้พูดและผู้ฟังการพูดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ “ศาสตร์” หมายถึงการพูดจะต้องมีหลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆ ที่ใช้สอน ถ่ายทอด ปฏิบัติ ฝึกฝนเช่นเดียวกับหลักวิชาแขนงอื่นๆ ส่วน “ศิลป์” หมายถึงการพูดเป็นเรื่องของความสามารถพิเศษเฉพาะบุคคลนอกจากนี้การพูดยังจัดเป็นทักษะและวิชาชีพอีกประการหนึ่ง
2. จุดมุ่งหมายของการพูดโดยทั่วไปมีอะไรบ้าง
A. ? เพื่อถ่ายทอดความรู้ เพื่อโน้มน้าวใจเพื่อจรรโลงใจ และเพื่อแสดงความคิดเห็น
B. ? เพื่อแจ้งให้ทราบ เพื่อโน้มน้าวใจเพื่อจรรโลงใจ และ เพื่อค้นหาคำตอบ
C. ? เพื่อแสดงความคิดเห็น เพื่อโน้มน้าวใจเพื่อความบันเทิง และ เพื่อค้นหาคำตอบ
D. ? เพื่อค้นหาคำตอบ เพื่อจรรโลงใจเพื่อความบันเทิง และ เพื่อบอกเล่าข้อเท็จจริง
E. ? เพื่อบอกเล่าข้อเท็จจริงเพื่อความบันเทิง เพื่อแสดงความคิดเห็น และ เพื่อโน้มน้าวใจ
3. การประเมินผลการพูดมีกี่วิธี อะไรบ้าง
A. ? 2 วิธี คือ จากแบบประเมิน และจากผู้ฟังโดยตรง
B. ? 2 วิธี คือ จากแบบประเมิน และจากเพื่อนสนิท
C. ? 3 วิธี คือ จากแบบประเมิน จากผู้ใกล้ชิดที่ประเมินด้วยวาจาหรือแบบสอบถามและจากผู้ทรงคุณวุฒิ
D. ? 3 วิธี คือ จากแบบประเมิน จากผู้ฟังที่เราไม่รู้จัก และจากผู้ทรงคุณวุฒิ
E. ? ประเมินได้ทั้ง 2 วิธี และ 3 วิธี
กฎสี่ข้อที่ทำให้การสนทนาน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
กฎเหล่านี้คิดขึ้นโดย Herbert Grice.ประเด็นสำคัญก็คือ
“คนที่มีส่วนในการสนทนาควรจะปรับตัวเองให้เข้ากับกฎต่อไปนี้เพื่อให้การแลกเปลี่ยนเป็นไปในทางที่ควรจะเป็น “.
1. กฎของปริมาณ “อย่าใส่เนื้อหามากเกินไปและก็อย่าตัดเนื้อหาจนน้อยเกินไป”.
2. กฎของคุณภาพ “อย่าพูดสิ่งที่คุณคิดเอาเองว่ามันคือสิ่งผิดหรือพูดสิ่งที่คุณพิสูจน์ไม่ได้”.
3. กฎของความสัมพันธ์Rule of relationship. “ตรงประเด็น”.
4. กฎของการมีมารยาท
ความรู้พื้นฐาน และหลักการพูด
- บทบาท และหน้าที่ของผู้พูด
- รูปแบบของการพูด
- การพูดเพื่อสร้างภาพลักษณ์
- วัตถุประสงค์ในการพูด
- การวิเคราะห์ผู้ฟัง
ทักษะพื้นฐานในการพูด / ฝึกปฏิบัติ
- การใช้ไมโครโฟน
- การใช้เสียงในบรรยากาศต่าง ๆ
- ลักษณะท่าทาง การยืน การเดิน การใช้สายตา การใช้มือ การเคลื่อนไหว
- บุคลิกภาพของผู้พูด
- การกล่าวทักทาย
- การพูดในโอกาสต่าง ๆ
- การศึกษาข้อมูล ขั้นตอน และวางแผนการพูด
- ข้อพึงหลีกเลี่ยงในการกล่าวขึ้นต้น และหลักในการกล่าวขึ้นต้น
- สิ่งสำคัญสำหรับการพูด
- การสรุป และวิธีสรุปให้เกิดความประทับใจ
การใช้ไหวพริบปฏิภาณในการพูด / ฝึกปฏิบัติ
- เทคนิคในการดึงความสนใจ
- การพูดภายใต้สถานการณ์ที่กำหนด
- การสร้างความประทับใจ
- ปัจจัยที่ช่วยให้การพูดสัมฤทธิ์ผล
เทคนิคการพูดเพื่อสร้างบรรยากาศ / ฝึกปฏิบัติ
- การพูดอย่างเป็นทางการ(ในพิธีการ)
- การเล่าเรื่องที่มีผลต่อความรู้สึก อารมณ์
- การเล่าเรื่องจากจินตนาการ
ฝึกปฏิบัติการพูดบนเวทีในโอกาสต่าง ๆ
- การกล่าวต้อนรับ - การกล่าวเปิดงาน
- การกล่าวอวยพร - การกล่าวให้โอวาท
- การกล่าวรายงาน - การกล่าวขอบคุณ
- การพูดในที่สาธารณะ