(๔) ฉวิกลฺยาณ  ผิวงาม คือ ฉวีวรรณของสตรีดำ ไม่ด่างด้วยขี้แมลงวันเป็นต้น ดำสนิทน่าเสน่หาประหนึ่งสีนิลุบล ฉวีวรรณของสตรีเหมือนดอกกรรณิการ์

๔)นางกาฬีอุบาสิกาชาวกรรฆริกาเป็นเลิศในทางเลื่อมใสเพราะได้ยินได้ฟังตาม[1]

๕) นางนกุลมาตาคหปตานี  เป็นเลิศในทางเป็นผู้คุ้นเคยกับพระพุทธองค์[2]

๖)พระนางสามาวดีมเหสีของพระเจ้าอุเทนเป็นผู้ยอดเยี่ยมในทางเจริญเมตตา[3]

๗)นางสุปปวาสะโกลิยธีตา เป็นเลิศในทางถวายของอันประณีต คือถวายทานอันมีรสเลิศแก่ภิกษุ[4]

๘) นางสุปปิยะ เป็นเลิศกว่าอุบาสิกาทั้งหลายในทางเป็นผู้พยาบาลภิกษุไข้[5]

๙)นางอุตตรานันทมารดาเป็นเลิศในการเจริญฌานและรักษาศีลอุโบสถอย่างเคร่งครัด[6]

  สรุปได้ว่า บทบาทและผลงานของสตรีในฐานะเป็นอริยสาวิกานั้น บางอย่างสำเร็จมาจากกรรมเก่า บางอย่างเป็นพฤติกรรมที่สตรีเหล่านี้ได้สร้างขึ้นในปัจจุบันชาตินี้เป็นที่น่าสังเกตอยู่ว่าวรรณคดีบาลีกล่าวอย่างมีเหตุผล แม้เหตุผลนั้นจะเป็นอดีตชาติหรือบุพกรรมก็ตาม แต่ไม่ทิ้งหลักเหตุผล

  ประวัติผู้รวบรวมและเขียน

ชื่อสกุล    นายธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี



[1] เรื่องเดียวกัน, หน้า ๓๓.

[2] เรื่องเดียวกัน, หน้า ๓๓.

[3] เรื่องเดียวกัน, หน้า ๓๒.

[4] เรื่องเดียวกัน, หน้า ๓๓.

[5] เรื่องเดียวกัน, หน้า ๓๓.

[6] เรื่องเดียวกัน, หน้า ๓๓.