พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง กล่าวไว้ว่า

การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นการให้ เงิน หรือให้ทรัพย์สิน หรือให้ประโยชน์ที่อาจแบ่งแยกได้ ให้คำนึงถึงความเชื่อโดยสุจริตของผู้รับประโยชน์ใน ความคงอยู่ของคำสั่งทางปกครองนั้นกับประโยชน์สาธารณะประกอบกันความเชื่อโดย สุจริตตามวรรคหนึ่งจะได้รับความคุ้มครองต่อเมื่อผู้รับคำสั่งทางปกครองได้ใช้ประโยชน์อัน เกิดจากคำสั่งทางปกครองหรือได้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินไปแล้ว โดยไม่อาจแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้หรือการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ผู้นั้นต้องเสียหายเกินควรแก่กรณี”

ประโยคที่ว่า คำนึงถึงความเชื่อโดยสุจริตของผู้รับประโยชน์ในความคงอยู่ของคำสั่งทางปกครองนั้น กับ ประโยชน์สาธารณะประกอบกันความเชื่อโดย สุจริตตามวรรคหนึ่ง
อาจคาดการได้ว่า True ประมูลคลื่นความถี่ โดยสุจริตเพราะ เข้าองค์ประกอบที่ เป็นบคคลภายนอก และไม่รู้ราคาที่ใช้ประมูลกัน TRUE จึงได้ประโยชน์ในวรรคแรกนี้ แต่ ในประโยคที่ ว่า ประโยชน์สาธารณะประกอบกันความเชื่อโดย สุจริตตามวรรคหนึ่ง แปลความได้ง่า TRUE แม้จะสุจริต แต่อาจไม่ได้สมกับประโยชน์ของสาธารณะ เพราะประมูลได้ราคาถูก อาจทำให้เสียประโยชน์กับประชาชนในอนาคต ซึ่งเป็ยวิสัยที่พึงกฎหมายจะคาดการได้ ซึ่งยังเปนข้อถกเถียงและขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของศาล ในที่นี้ผู้วิเคราะห์ ขอประเมินอัตราส่วนการรับเรื่องต่อการไม่รับเรื่องไว้ประเมิน 4 ต่อ 6 (อาจจะต้องนำตัวอย่างคำพิพากษาฏีกาเข้าร่วมพิเคราะห์ด้วย )

แต่ถึงกระนั้นแล้ว ประมวลกฏหมายยังกล่าวอีกว่า จะพิจารณาให้เป็นไปตามวรรคสองได้ ก็ ต่อเมื่อผู้รับคำสั่งทางปกครองได้ใช้ประโยชน์อัน เกิดจากคำสั่งทางปกครองหรือได้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินไปแล้ว โดยไม่อาจแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้หรือการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ผู้นั้นต้องเสียหายเกินควรแก่กรณี
ความในวรรคนี้ แปลได้ว่า TRUE พึงจะประมูลราคา ยังไม่ได้ให้บริการ โดยลูกค้าจ่ายเงินให้กับบริษัทเลยซักกะราย จึงเข้ากับประมวลที่ว่า "มื่อผู้รับคำสั่งทางปกครองได้ใช้ประโยชน์อัน เกิดจากคำสั่งทางปกครองหรือได้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินไปแล้ว" แต่กระนั้นแล้วหากผู้ที่จะรับเรื่องคิดลึกมากที่สุด อาจนำความที่อาจเสียหายกับประชาชนในอนาคตเข้ามาร่วมติดสินใจ ซึ่งยังขาดหลักฐานเชิงประจักเพราะ เป็นเรื่องของอนาคต ในที่นี้ผู้วิเคราะห์ของประเมินอัตราส่วนการรับเรื่องต่อการไม่รับเรื่องไว้ประเมิน 3 : 7