สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ชยันต์
เมื่อก่อนเคยสงสัยเหมือนกันค่ะว่าคนบางคนทำไมถึงทำในบางสิ่งได้ ทำไมถึงไม่มีหัวใจบ้างเลย ทำให้รู้สึกนึกตำหนิคนคนนั้นขึ้นมา (เราเองก็ไม่มีเมตตาเสียเลย) พักหลังมานี่พยายามมองว่าคนเรามีพื้นฐานทางจิตใจที่ต่างกัน มีพัฒนาการด้านจิตใจที่ต่างกัน อาจด้วยบุญบารมีที่สั่งสมมาทั้งชาติที่ผ่านมาและชาตินี้ ทำให้เขามองไม่เห็นสิ่งที่ควรทำ มองข้ามสิ่งที่จำเป็นในชีวิตไป เมื่อมองเช่นนี้ทำให้รู้สึกสงสารเขา (เริ่มมีเมตตาขึ้นมาบ้าง)
บางคนอาจจะยังไม่ตื่น อาจใช้ชีวิตแบบงัวเงีย ไม่ทันคิด ไม่มีสติค่ะ เพราะหากความนึกคิดเขาแจ่มแจ้ง เขาคงไม่ทำเช่นนั้น เหมือน ดร. เตียว ที่เขาหลับใหลในชีวิต ไม่อาจเข้าใจหัวอกคนอื่นได้ หมกมุ่นมัวเมาในวัตถุมาตลอดชีวิต มาตื่นเอาก็เหลือเวลาแค่ 19 เดือนเท่านั้น
สิ่งที่เราทำได้คือการให้กำลังใจคนที่ยังไม่ตื่นเหล่านั้น ให้เขาตื่นขึ้นมาโดยเร็วค่ะ เพื่อเขาจะได้มีเวลามากกว่า ดร. เตียว ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ เมื่อเขาตื่นแล้ว ทุกคนรอบข้างก็จะมีความสุขขึ้น รวมทั้งตัวเขาเองนะคะ
ที่สำคัญตัวเราเอง...นอกจากการไม่ทำให้ใครอื่นเดือดร้อนเพราะการกระทำของเราแล้ว เราสามารถเอื้อมมือไปช่วยสะกิดคนรอบข้างให้ตื่นได้มากน้อยแค่ไหน ด้วยเมตตานะคะ ด้วยรู้ว่าเราตื่นแล้ว ไม่ใช่งัวเงียไปปลุกเขาแล้วเรานอนต่อ อิอิอิ (อันนี้ปริมเป็นบ่อยค่ะ ;))
ขอบคุณท่านอาจารย์ที่กรุณามาแบ่งปันในบันทึกนี้ค่ะ