สวัสดีครับอาจารย์กมลวัลย์
- ผึ้งกับน้ำหวานนี่ผมเองก็ไม่มีความรู้ด้านนี้ อาจารย์ beeman คงให้ความรู้ได้มากครับ
- แต่ในทัศนแบบคนทั่วไปนี้นะครับ ผึ้งในเมืองหลวงไม่มีแหล่งน้ำหวานมาเลี้ยงตัวอ่อนก็ต้องอ่ศัยน้ำหวานจากแหล่งอื่น เช่นน้ำขวดแฟนต้าที่คนเอาไปถวายศาล หรือตามรถเข็นขายน้ำหวานน้ำแข็งใส ที่เคยเห็นตัวผึ้งบินมาเกาะปากขวดเต็มไปหมด
- แต่จะมีผลอย่างไรไม่แน่ใจ เราเพียงตั้งสมมุติฐานเบื้องต้นแบบคนไม่รู้เรื่องว่า เออ เมื่อผึ้งเอาน้ไหวานจากแฟนต้าไปแล้วตัวน้ำผึ้งในรังเขาจะซาบซ่าแบบแฟนต้าไหมหนอ??? เป็นข้อคิด ที่ไม่มีข้อมูลสนับสนุน ท่านผู้รู้น่าที่จะมีข้อมูลครับ
- น่าสนใจที่ว่า คนในเมือง หรือคนที่เลี้ยงผึ้งใกล้ตัวเมือง ที่ผึ้งมาหาน้ำผึ้งแบบนี้นั้น คุณภาพน้ำผึ้งจะเป็นเช่นไร ดีเหมือนน้ำหวานจากดอกไม้ ?? หรือต่างกันลิบลับ?? แล้วหากคนเอาไปบริโภคจะเป็นเช่นไร..เป็นเพียงข้อสงสัยที่ไม่มีข้อมูลยืนยัน
- หรือตั้งข้อสังเกตุว่า เอาละ คงไม่มีผู้เลี้ยงผึ้งที่ไหนมาเลี้ยงผึ้งใกล้เองกรุง มีแต่เอาไปทำฟาร์มกลางป่าไกลเมืองโน้น ถ้าเช่นนั้น ผึ้งที่เอาน้ำหวานแฟนต้าไปเลี้ยงตัวอ่อนนั้น คุณสมบัติผึ้งรุ่นใหม่ที่เกิดจากน้ำแฟนต้าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปอย่างไรบ้างไหม เช่นดุขึ้น หรืออย่างไรบ้าง????
- หรือทั้งหมดนี้ ช่างมัน เพราะเป็นเรื่องของผึ้ง...อิ อิ..
- ทีนี้สำหรับนักศึกษาที่มาถวายสิ่งสักการะนั้น เป็นเรื่องปกติของสังคมไทย ที่ไหนๆก็มี มหาวิทยาลัยที่ไหนๆก็มีทั้งนั้น
- เป็นทางออกของ "คนสองโลก" หรือ "คนทวิลักษณ์" คือโลกสมัยใหม่ กับโลกของความเชื่อ หรือโลกของการพึ่งพาสิ่งเหนือธรรมชาติ เรา เรา ท่าน ท่าน มีด้วยกันทั้งนั้น ตั้งแต่คนที่เรียนทาง Science เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จนถึงตาสีตาสาที่บ้านนอกคอกนา ก็เป็นคนทวิลักษณ์นี้ เพียงว่าโลกไหนมากน้อนกว่ากันเท่านั้น แต่น่าสนใจบทบาทของส่วนนี้เช่นกัน เพราะหลายต่อหลายคนกล่าวว่า "ทำแล้วมันสะบายใจขึ้น" มิเช่นนั้นจิตมันว้าวุ่น ไม่มีสมาธิ พอทำแล้วมีสมาธิมากขึ้น นิ่งขึ้น (ไม่ใช่ข้อสรุปนะครับ) บางคนบอกเข่นนั้น
- ถามว่าฝรั่งมังค่ามีไหม มีครับ เข้าโบสถ์สวดขอพรจากพระเจ้าไงครับ ทำแล้วสบายใจ---> นิ่ง----> อาจส่งผลถึงการมีสมาธิมากขึ้น (หรือเปล่า ?) แต่ที่แน่ๆคือสบายใจขึ้น
- ผมลองลากยาวไปถึง เคยมีนักวิชาการอธิบายว่าทำไมเกษตรกรไทยจึงซื้อหวยกันมาก หรือเกิดต้นไม้ประหลาดขึ้นมาก็ไปกราบไหว้แล้วจบลงที่ขอหวย ขูดผิวต้นไม้หาเบอร์ นักวิชาการท่านนั้นอธิบายว่า ก็ชาวบ้านทำการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพที่ใครต่อใครบอกกันมานานแล้วว่าเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ผมทำ Risk Management profile ออกมาก็เป็นเช่นนั้น เขาคลุกคลีกับความเสี่ยงนี้มาตลอดอายุขัย ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วทำไมเขาจะเสี่ยงเพิ่มโดยการซื้อหวยไม่ได้ เพราะเขาคลุคลีกับความเสี่ยงมาตลอดอยู่แล้ว เท่ากับพึ่งพาสิ่งเหนือธรรมชาติ เผลอๆถูกหวยขึ้นมาก็รอดตัวไป ไม่ถูกก็แล้วไป...รัฐบาลไปแก้ปัญหาให้เขาลดความเสี่ยงลงมาได้ไหมเล่าจนถึงไม่มีความเสี่ยงเลย ผมว่าน่าสนใจ หากรัฐประกันราคาสูงๆให้ เขาจะแห่กันไปทำการเกษตรกันหมดเดือดร้อนคนกรุงเทพฯอีกด้วยซ้ำไป เพราะจะไม่มีรถแท๊กซี่นั่งน่ะซีครับ เขากลับไปบ้านทำการเกษตรกันหมด อิ อิ...
- ขอบคุณครับอาจารย์ ทั้งสองประเด็นน่าสนใจ