ขอโอกาสแชร์ประสบการณ์กับติ๋วนะ ...
ตลอดเวลาของการเรียนรู้ของเรา ไม่เคยเว้าวอนกับครูบาอาจารย์ และไม่เคยคาดคั้นท่านว่าต้องช่วยเรา ต้องเมตตาเรา เพราะเต็มหัวใจของเรานั้น ตระหนักเสมอว่า "พ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาอย่างประมาณหาที่สุดมิได้" ดังนั้น ตลอดชีวิตเราจึงไม่เคยหรือไม่กล้าพอที่จะเอื้อนเอ่ย หรือแม้แต่จะคิด ที่จะขอโอกาสให้ท่านเมตตา
เรามีแต่เพียรและตั้งใจทำ
ใช้ความเศร้าหมองในจิตหรือความเบิกบานที่ปรากฏ เป็นตัวชี้วัด ว่า...เราผ่านหรือไม่
กำไรที่ได้คือ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านแสดงให้เห็นถึงการรับรองว่าสิ่งที่เราได้เรียนรู้นั้นผ่าน
การที่ติ๋วเขียน ครูอาจจะต้องเหนื่อยกับหนู
แม้จะไม่รู้ว่าจะอีกถึงเมื่อไหร่เจ้าค่ะ แต่ก็ขอโอกาสให้ครูได้โปรดเมตตา
ปัญญาเท่าที่มีตอนนี้บอกคำดี ๆ ให้ตนเองได้เพียงว่า “อดทนเอานะติ๋ว”
มันละเอียดมาก...
เสียงภายใน => ครูจะต้องเมตตาติ๋ว เพราะติ๋วพยายามและอดทน หากครูไม่เมตตาติ๋วล่ะ ครูจะไม่ถูกสังคมประณามเหรอ เป็นเพราะครูนั่นแหละติ๋วจึงเป็นเช่นนี้...
มันดูดีนะ แต่มันเป็นการขอโอกาสแบบประจานครู
พ่อแม่ครูบาอาจารย์บางท่าน ท่านไม่เอานะ หากไม่เอาจริงเอาจัง ไม่มุ่งมั่น เหลาะๆ แหละๆ...
...