พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (วังบางขุนพรหม) จะมีอยู่สองชั้น ชั้นล่างได้เข้าชมเกี่ยวกับ เงินตรา ธนบัตรของไทยและต่างประเทศ ซึ่งมีการจัดแสดงเงินตราและธนบัตรในหลายสมัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนชั้นบนจะเป็นห้องที่เกี่ยวกับประวัติและการดำเนินงานของธนาคารแหงประเทศไทย

ความรู้ที่ได้จาการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (วังบางขุนพรหม) คือ ได้รู้เกี่ยวกับเงินตราและธนบัตรของไทย ได้รู้เกี่ยวกับธนบัตรต่างประเทศ ได้รู้ประวัติและการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เห็นเงินตรา ธนบัตร และเครื่องมือในการดำเนินวานในธนาคารของจริง เช่น

ห้องเปิดโลกเวินตราไทย : จัดการแสดงเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เงินตราในภูมิภาคสุวรรณภูมิและวิวัฒนการเงินตราไทยจนเป็นกษาปณ์ในปัจจุบัน

เงินตราโบราณ เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสุวรรณภูมิ...ดินแดนทองแห่งการค้า จุดบรรจบของโลกตะวันตกและตะวันออกนำเสนอด้วยวีดิทัศน์ ในรูปแบบของ Animation ส่วนวัตถุพิพิธภัณฑ์ประกอบการจัดแสดงเป็นโบราณวัตถุก่อนประวัติศาสตร์ อาทิ สร้อยลูกปัดสีน้ำเงิน กำไลหิน ต่างหูหิน ขวานหิน ขวานสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่า เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนก่อนมีเงินตรา สำหรับเงินตราโบราณที่จัดแสดงในห้องนี้ ได้แก่ เงินตราสมัยทวาราวดี เหรียญลวปุระที่หาชมได้ยาก เงินดอกจันทน์ของอาณาจักรศรีวิชัย นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเงินตราอาณาจักรล้านนา เช่น เงินเจียง เงินท้อก เงินปากหมู เงินใบไม้ เงินอาณาจักรล้านช้าง เช่น เงินลาด เงินฮ้อย ในส่วนที่จัดแสดงเกี่ยวกับเงินตราโบราณนี้มีการจัดแสดงเงินตราโบราณของอาณาจักรใกล้เคียงที่มีหลักฐานว่ามีการนำมาใช้ในสมัยโบราณของบริเวณที่เป็นที่ตั้งของประเทศไทยในปัจจุบัน เช่น เงินไซซี เงินฮาง เงินตู้

ห้องธนบัตรไทย : จัดแสดงวิวัฒนาการ การใช้เงินกระดาษในระบบเงินตราไทย ตั้งแต่ “หมาย” “ใบพระราชทานเงินตรา” “อัฐกระดาษ” “บัตรธนาคาร” “ตั๋วเงินกระดาษ” หรือ “เงินกระดาษหลวง” มาจนถึงธนบัตรที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้

เงินกระดาษชนิดแรก เริ่มในรัชกาลที่ ๔ ได้มีการผลิตเงินกระดาษขึ้นใช้เป็นครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๓๙๖ เรียกว่า “หมาย” ซึ่งนับเป็นเงินกระดาษชนิดแรกในระบบเงินตราไทย และมีการผลิตใบสั่งจ่ายขึ้นหลายชนิดราคาเรียกว่า “ใบพระราชทานเงินตรา” ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ทำ “อัฐกระดาษ” ออกใช้ระยะสั้นๆ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนเงินปลีกระยะหนึ่ง หลังจากนั้นได้มีการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระหนี้ระหว่างธนาคารและลูกค้า เรียกว่า “บัตรธนาคาร” ต่อมาในพ.ศ. ๒๔๓๓ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติได้พิมพ์ “เงินกระดาษหลวง” ขึ้น เพื่อใช้เป็นธนบัตรแต่มิได้นำออกใช้เพราะขาดความพร้อม จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๔๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงพระคลังมหาสมบัติจัดทำตั๋วสำคัญที่ใช้แทนเงินตรา ประกาศออกใช้เมื่อวันที่ 7 กันยายน ธนบัตรไทยจึงถือกำเนิด ขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

 ความประทับใจที่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (วังบางขุนพรหม) คือ 

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่สัมผัส ด้วยอากาศจากเครื่องปรับอากาศที่เย็นสบาย และการใช้แสงสีที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น ได้ความรู้มากมายในการเดินชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เราสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเข้าชมนี้บอกต่อกับคนรอบข้างได้ สิ่งที่ประทับใจอีกอย่าวคือบรรยากาศรอบๆสวยงามและอากาศเย็นมาก มีความสุขมากๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ