เป็นนิสิตที่ได้ร่วมกิจกรรมเชียร์แบบเก่า (มีพี่ว้าก มีห้องเชียร์ให้ร้องเพลง) โดยส่วนตัวไม่ได้รู้สึกต่อต้านอะไรหรอกนะคะ แต่ก็ไม่ได้ประทับใจเท่าไหร่ ส่วนดีของกิจกรรมเชียร์แบบเก่าก็มี เท่าที่ได้ฟังความคิดเห็นคนอื่น ๆ มา เช่น สร้างความสามัคคี สร้างความมีวินัย แต่ตัวเองไม่ได้มองว่าการจะเกิดความสามัคคีในหมู่คณะจะเกิดขึ้นจากการเข้าห้องเชียร์ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความมีวินัยนั้นมีเยอะเชียวค่ะ ตลอดระยะเวลา 6 ปีในคณะฯ มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายที่สร้างความกดดันในการเรียน แต่ก็ผ่านพ้นกันมาได้จากความช่วยเหลือของทั้งอาจารย์ เพื่อน รุ่นพี่หรือแม้แต่รุ่นน้อง คิดว่าตรงนี้นี่แหละที่ทำให้รักกัน สามัคคีกัน ส่วนเรื่องระเบียบ วินัย ความซื่อสัตย์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งกาย การตรงต่อเวลา หรือการปฏิบัติต่อคนไข้ก็ได้แบบอย่างที่ดีมาจากอาจารย์และรุ่นพี่ จนทำให้ตัวเองรู้สึกละอายถ้าคิดจะทำอะไรที่ผิดระเบียบวินัย รู้สึกละอายจริง ๆ นะคะ ไม่ได้รู้สึกกลัวว่าจะโดนใครต่อว่าเอา

ตัวเองคิดว่าถ้าหากหวังผลเรื่องระเบียบวินัย ความสามัคคีจากในห้องเชียร์ ก็คงได้ผลในระยะเวลาช่วงหนึ่ง แต่ถ้าจะให้เกิดผลยืนยาวคิดว่าต้องอาศัยทั้งระยะเวลาและปัจจัยอื่นอีกมาก (ตรงนี้พูดยากค่ะ)

พอได้รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงระบบการรับน้อง แล้วรู้สึกตื่นเต้นแทนน้อง ๆ ที่จะขึ้นปี 1 นี้จังเลยค่ะ การนำเอาความสุขเป็นหัวข้อในการเข้าห้องเชียร์นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าติดตาม ถ้าได้เริ่มต้นด้วยความรู้สึกที่ดี บรรยากาศที่เป็นสุข อย่างน้อยก็น่าจะสร้างความประทับใจให้น้องใหม่ปี 1 ได้ เป็นกำลังใจให้กับอาจารย์ (รวมทั้งเพื่อน ๆ ที่เป็นอาจารย์) ทุกคนนะคะ

สุดท้ายขอถามคุณ 1234 หน่อย ว่าหลักความเป็นจริงที่ว่าของคุณนี่คือยังไงหรือคะ แล้วทำไมถึงคิดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการวาดฝันในอุดมคติโดยขาดการนึกถึงหลักความเป็นจริง ในเมื่อจุดประสงค์ของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือสร้างความสุขให้กับนิสิต แล้วการสร้างกิจกรรมดี ๆ ร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นดี ๆ ให้กันเพื่อให้เกิดความสุขก็ไม่เห็นว่าจะเป็นการวาดฝันในอุดมคติตรงไหนเลยเสียหน่อย (ขอโทษค่ะ คือว่าไม่เข้าใจจริง ๆ)