ความรู้ที่ได้รับจากการไปพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ คือ ได้รู้เกี่ยวกับเหรียญในแต่ละสมัยว่ามีขนาดเท่าไหร่ ผลิตเมื่อใด ลักษณะอย่างไร มีความเป็นมาในแต่ละสมัยอย่างไร ตัวอย่างเช่น เงินพดด้วง ในสมัยรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.๒๓๒๕ – ๑๔๔๗) ในสมัยรัตนโกสินทร์นั้น บ้านเมืองมีความเจริญ มีการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศ ระบบเงินตรายังคงเป็นไปในลักษณะเดียวกับอยุธยาและกรุงธนบุรี คือ มีเงินพดด้วงเป็นมูลค่าสูงและหอยเบี้ยเป็นเงินปลีก เงินพดด้วงจะมีลักษณะกลม ขาอ้วนสั้นชิดกันและมีตราประทับ ๒ ดวงเป็นสำคัญ คือ ตราพระแสงจักร เป็นตราประจำแผ่นดินและตราประจำรัชกาลต่างๆความรู้อีกอย่างที่ได้รับคือ ได้รู้ว่าวันสิ้นสุดยุคของเงินพดด้วงคือวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๑
ได้รู้ว่าการผลิตเงินพดด้วงในสมัยรัตนโกสินทร์ตามบันทึกของนาย Reginald Le May เมื่อครั้งได้เข้าไปชมการแสดงวิธีการทำเงินพดด้วงที่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ว่าคนทำมีชุดละ4คน
เงินพดด้วงในสมัยสุโขทัย (พ.ศ. ๑๗๘๑ -๑๙๘๑ ) ในสมัยนั้นอาชีพหลักของคนสมัยสุโขทัยก็คือ เกษตรกรรม หัตถกรรมและการค้าขาย ซึ่งการค้าขายเป็นไปโดยเสรี มีการใช้เงินควบคู่กับการแลกเปลี่ยนสินค้าปรากฏในใบศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงว่า ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงินค้าทองค้า ไพร่ฟ้าหน้าใส ในสมัยสุโขทัยนั้นยังมีการติดต่อค้าขายกับบ้านเมืองใกล้เคียง เช่น อาณาจักรล้านนา อาณาจักรล้านช้าง เป็นต้น เงินพดด้วงในสมัยสุโขทัยนั้นทำด้วยโลหะเงิน สัณฐานกลม ปลายขาเงินยาวและแหลมชิดกัน มีรูขนาดใหญ่ระหว่างขามีตราประทับแตกต่าง เช่น ธรรมจักร ช้าง วัว กระต่าย ราชสิงห์ ดอกไม้ เป็นต้น
เงินพดด้วงในสมัยอยุธยา (พ.ศ. ๑๘๙๓ – ๒๓๑๐ ) ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีแม่น้ำล้อมรอบและมีแม่น้ำ 3 สายไหลมาบรรจบ ทำให้เกิดที่ราบอันอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม ขณะเดียวกันก็มีการติดต่อคมนาคมกับต่างประเทศได้เพราะ ไม่ไกลจากทะเล
เงินดอกจัน ในสมัยลพบุรี เป็น เงินตราซึ่งเชื่อว่ากันว่าเป็น กษาปณ์ของอาญาจักรศรีวิชัย มีลักษณะกลมแบน ด้านหนึ่งมีตราสี่แฉกตอกประทับไว้ อีกด้านหนึ่งมีจารึกเป็นภาษาสันสกฤตว่า วร แปลว่า ประเสริฐ เงินดอกจันนอกจากจะทำด้วยเหล็กแล้ว เงินดอกจันทร์นี้ยังมีชนิดที่ทำด้วยหลอดทองคำอีกด้วย พบมากใน จังหวัด สุราษฏร์ธานี สงขลา รวมทั้งพบที่เกาะสุมาตราอีกด้วย
ประโยชน์และความประทับใจที่ได้รับในการไปธนาคารแห่งประเทศไทยครั้งนี้ คือได้ทราบประวัติความเป็นมาของเงินในแต่ละสมัย สามารถแยกแยะธนบัตรจริงและปลอมด้วยตนเองได้ ซึ่งมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งยังได้ลองทำภาพลายน้ำในธนบัตรกับเพื่อนๆ เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆเลย