สิ่งที่ได้รับจากการไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย คือ การที่ได้เข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย และได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในพิพิธภัณฑ์มี 2 ชั้น คือ ชั้นล่าง มีห้องเปิดโลกเงินตราไทย ห้องธนบัตรไทย ห้องธนบัตรต่างประเทศ ห้องเปิดโลกการเรียนรู้ ส่วนชั้นบน ห้องประวัติและการดำเนินงาน ธปท. ห้องเชิดชูเกียรติ ห้องบริพัตร ห้องวิวัฒนไชยานุสรณ์ ห้องของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ห้องประชุม สิ่งที่ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น คือ
การผลิตเหรียญกษาปณ์ ( The Minting Of Coinage )
1. หลอมและหล่อโลหะ
2. รีดแผ่นโลหะ
3. ตัดเหรียญตัวเปล่า
4. ยกของเหรียญ
5. อบอ่อน
6. ล้างทำความสะอาดและอบให้แห้ง
7. รับเหรียญตัวเล่า
8. ปั้นแบบดินน้ำมัน
9. หล่อปูนพลาสเตอร์
10. หล่ออีพ็อกซ์
11. ย่อสลาย
12. ถอดแม่ตรา
13. แม่ตรา
14. ถอดดวงตรา
15. ดวงตรา
16. การตีตราเหรียญสำเร็จ
17. รับเหรียญสำเร็จ
อีแปะ( Ee-Pae ) เป็นเงินตราท้องถิ่นภาคใต้ในสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งทำมาจากเหรียญตะกั่วผสมกับดีบุก ลักษณะเป็นเหรียญกลม มีรูเป็นรูปสีเหลี่ยมตรงกลาง ที่เหรียญมีการสลักเป็นอักษรจีน หรือ อักษรไทย บอกชื่อเมือง หรือ บริษัทที่ทำเหมืองแร่ ชื่อกิจการไว้บนเหรียญ ปี้ (Pee ) เป็นวัตถุใช้แทนเงินตราในการเล่นพนันในโรงบ่อน ทำด้วยโลหะ กระเบื้อง แก้วสีต่างๆ เมื่อเลิกเล่นแล้วแลกคืนเป็นเงินได้
มาตราเงินไทย( Monetary Units ) 50 เบี้ย = 1 โสฬส 2 โสฬส = 1 อัฐ 2 อัฐ = 1 เลี้ยว ( ไพ ) 2 เลี้ยว = 1 ซีก 2 ซีก = 1 เฟื้อง 2 เฟื้อง = 1 สลึง 4 สลึง = 1 บาท 4 บาท = 1 ตำลึง 20 ตำลึง = 1 ชั่ง
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คือ พระวรวงค์เธอพระองค์เจ้าวิวัฒนไชย
กระบวนการผลิตธนบัตร ( The Bonknote Production Process) 1. การออกแบบธนบัตร Design 2. การทำแม่แบบแม่พิมพ์ Plate Making 3. การพิมพ์ Printing 4. การตรวจสอบคุณภาพและการตรวจนับจำนวน Quality Inspection and Vorification 5. การผลิตธนบัตรขั้นสำเร็จรูป Finishing เป็นต้น
สิ่งที่ประทับใจ คือ ลักษณะสถาปัตยกรรมในยุโรป มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยการตกแต่งผนังปูนปั้นอันวิจิตร นับเป็นอาคารที่มีลวดลายประดับอย่างสวยงาม มีบรรยากาศที่ร่มรื่น พระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี เพราะว่า ทำให้เห็นถึงความรัก ความภาคภูมิใจ ที่มีมีต่อลูก บทความ มีดังนี้
“…ลูกเราคนนี้ ไม่เสียคนเลยเป็นอันขาด หลักแหลม มั่งคงมาก ควรจะดีใจได้เป็นแท้…”
และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีคำสั่งสอนให้คนไทยพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ให้พออยู่พอกิน ถ้าเราทำแบบนี้ๆได้เราก็จีความสุข บทความ มีดังนี้
“ คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ไม่สิ่งที่ใหม่ แต่เราอยู่พอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทย อยู่แบบพออยู่พอกิน มีความสงบและทำงาน ตั้งจิตอธิฐาน ตั้งปณิธานในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทย อยู่แบบพอมีพอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่มีความพออยู่พอกิน มีความสงบเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้เราก็จะยอกยิ่งยวดนี้ได้ ”