พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ในตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม และตำหนักใหญ่วังเทวะเวสม์ ซึ่งมีความงดงามทางสถาปัตยกรรมเป็นอย่างยิ่ง การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง โดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ที่ดึงดูดความสนใจ มัทั้งการนำระบบแสง-เสียง เทคนิคฉากละคร (Diorama) ระบบมัลติมีเดีย ระบบคอมพิวเตอร์กราฟิก ฯลฯ ภายใน พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย มีห้องจัดแสดงต่างๆดังนี้ 1.ห้องจัดแสดงสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เงินตราในภูมิภาคสุวรรณภูมิและวิวัฒนการเงินตราไทยจนเป็นกษาปณ์ในปัจจุบัน 2. ห้องธนบัตรไทย จัดแสดงวิวัฒนาการ การใช้เงินกระดาษในระบบเงินตราไทย ตั้งแต่ “หมาย” “ใบพระราชทานเงินตรา” “อัฐกระดาษ” “บัตรธนาคาร” “ตั๋วเงินกระดาษ” หรือ “เงินกระดาษหลวง” มาจนถึงธนบัตรที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ 3. ห้องธนบัตรต่างประเทศ มีจอภาพขนาดใหญ่ให้ความรู้เรื่องธนบัตรต่างประเทศจากทั่วโลก พร้อมจัดแสดงธนบัตรในบอร์ดกระจกที่เราสามารถพลิกชมเองได้ทั้งสองด้าน โดยจัดแสดงธนบัตรในกลุ่มประเทศที่สำคัญซึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นสมาชิก อาทิ กลุ่มผู้นำประเทศอุตสาหกรรม (G8)และกลุ่มธนาคารแห่งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEACEN) 4. ห้องประวัติและการดำเนินงาน ธปท. สิ่งที่เราได้เรียนรู้เริ่มจาก ตราพระสยามเทวาธิราช ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง สิ่งจัดแสดงที่โดดเด่นได้แก่ พระปรมาภิไธยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ครั้งเสด็จมาที่วังบางขุนพรหมในปี ๒๔๘๙ เหรียญที่ระลึกในพิธีเปิดธนาคารแห่งประเทศไทยในปี ๒๔๘๕ พระเกรียงที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงใช้ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารสำนักงานใหญ่หลังปัจจุบัน ในส่วนของเนื้อหา เราได้ทราบประวัติและการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี ๒๔๘๕ ถึงปัจจุบัน วิสัยทัศน์ พันธกิจ โครงสร้างองค์กร บทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง โดยผ่านสื่อที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่น Computer Kiosk 2D Animation และเกมสนุก ๆ มากมาย 5. ห้องเชิดชูเกียรติ แสดงประวัติและวัตถุที่ระลึกจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยทุกท่าน 6. ห้องสีชมพู ในอดีตเคยเป็นห้องท้องพระโรงสำหรับอาคันตุกะสำคัญของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ตลอดจนใช้ในการทำบุญเลี้ยงพระและการพิธีต่าง ๆ รวมทั้งฉายภาพยนตร์ในคืนวันเสาร์ การตกแต่งห้องสีชมพูนี้งดงามกว่าห้องอื่นด้วยมีลวดลายปูนปั้นเดินลายทองทั้งที่ผนัง กรอบของช่องเปิดและฝ้าเพดาน 7. ห้องนี้อยู่ติดกับห้องสีชมพู สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงตั้งพระทัยให้ห้องนี้เป็นห้องรับรองอาคันตุกะของหม่อมเจ้าประสงค์สม ชายา ปัจจุบันห้องนี้ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ซึ่งพระราชทานแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ 8. ห้องนี้จัดแสดงพระประวัติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตไว้อย่างสมบูรณ์ด้วยวีดิทัศน์เรื่อง “เจ้าฟ้านักบริหาร แบบอย่างของผู้ทรงนำคุณประโชยน์เพื่อแผ่นดิน” นอกจากนี้ ยังนำเสนอเพลงพระนิพนธ์ผ่านทางหุ่นจำลองวงปี่พาทย์ไม้แข็งครบวง สำหรับวัตถุประกอบการจัดแสดงนั้น ที่น่าสนใจจะเป็นของใช้ที่ มีตราประจำพระองค์ เช่น จาน เครื่องแก้ว ของที่ระลึกที่ประทาน “แหนบบริพัตร” นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบินบริพัตรจำลอง โน้ตเพลงลายพระหัตถ์ รวมทั้งหุ่นจำลองขนาดเท่าพระองค์จริงในฉลองพระองค์จอมพลทหารเรือที่โดดเด่น จุดสุดท้ายที่ดึงดูดใจผู้ชมอย่างมากคือ หุ่นจำลองตำหนักประเสบัน ที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย และฉลองพระองค์ชุดสุดท้ายของพระองค์ที่มหาดเล็กคู่พระทัยถอดเก็บไว้บูชาหลังจากสิ้นพระชนม์ และทายาทได้นำมามอบให้พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อการจัดแสดงและระลึกถึงพระองค์ 9. ห้องวิวัฒนไชยานุสรณ์ อยู่ใกล้ห้องสีน้ำเงิน ครั้งสมัยที่ยังเป็นวังบางขุนพรหม ห้องนี้เคยใช้เป็นห้องบรรทมของหม่อมเจ้าประสงค์สม ชายาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่อธนาคารใช้ตำหนัก วังบางขุนพรหมเป็นสถานที่ทำการนั้น ห้องนี้ใช้เป็นห้องทำงานของผู้ว่าการ ตั้งแต่พระองค์แรก “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย” ซึ่งเป็นพระอนุชาของหม่อมเจ้าประสงค์สม จนกระทั่งถึงสมัยผู้ว่าการคนที่ ๑๐ “นายนุกูล ประจวบเหมาะ” สิ่งที่น่าสนใจคือตู้ติดผนังที่มีช่องเก็บเอกสารที่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย ทรงร่างแบบเองดังปรากฏหลักฐานเป็นต้นฉบับลายพระหัตถ์ในเอกสารจดหมายเหตุของธนาคารแห่งประเทศไทย 10. ห้องประชุมเล็ก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต โปรดดนตรีทั้งไทยและสากล โดยทรง นิพนธ์เพลง ไว้ถึง39 เพลง แต่เดิมห้องนี้จึงเคยเป็นห้องเก็บเครื่องดนตรีของวังบางขุนพรหม เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยใช้ตำหนักวังบางขุนพรหมเป็นสถานที่ทำการ จึงใช้ห้องนี้เป็นที่ประชุมผู้บริหารสำหรับพิจารณากำหนดนโยบายการเงินที่สำคัญของประเทศมาโดยตลอด ห้องนี้มีรูปหล่อครึ่งตัวของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนที่ 7 ซึ่งอยู่ในตำแหน่งยาวนานกว่า 12 ปี บางครั้งห้องนี้จึงถูกเรียกว่า “ห้องดร.ป๋วย” ส่วนที่ข้าพเจ้าประทับใจ คือการแกะสลักแบบพิมพ์นั้นทางธนาคารไม่ได้นำของจริงมาจัดแสดงแต่ ได้นำแบบพิมพ์มาจัดแสดงให้ดูแทนเนื่องจากเป็นความลับ การแกะสลักแบบพิมพ์นั้นจะต้องใช้ความปราณีตและสมาธิในการแกะเป็นอย่างมาก ซึ่งการเข้าชมในครั้งนี้ข้าพเจ้าได้รับประสบการณ์และความรู้เป็นอย่างมากทำให้ข้าพเจ้ารู้คุณค่าของเงิน และการใช้เงินอย่างเป็นประโยชน์