สวัสดีค่ะอาจารย์ธวัชชัย

เห็นด้วยค่ะ ..ประเด็นปัญหาสุขภาวะของห้องเรียน ห้องบรรยายในมหาวิทยาลัยหรือแม้แต่ที่ทำงานซึ่งใช้ร่วมกันกับคนหมู่มาก โดยส่วนตัวเห็นว่าเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพขั้นพื้นฐานเลยนะค่ะ ก่อนที่จะไปจัดการเรื่องอื่นๆ

มอ.ปัตตานีก็คล้ายๆกัน แต่บรรยากาศที่นี่เรามีลมจากทะเล ที่พัดพาเอาความชื้นที่เหมาะ กำลังสบายแต่หน้าฝนก็ชื้นมากกว่าปกติ เชื้อราจึงเจริญลอยฟ่องไปทุกที่ค่ะ วัสดุที่ไม่ใช้ไม้จริง โดยเฉพาะไม้อัดเชื้อราชอบมาก ฟูฟ่องเห็นชัดเจน สูดดมสปอร์เชื้อราไม่ทราบกี่มากหลาย .. (อืมม์...แปลกใจว่าที่บ้านมีชุดโต๊ะนั่งเล่นผลิตจากไม้ยางพารา ตอนซื้อเป็นของที่ระบุว่่า ของส่งออก กลับไม่มีเชื้อรามาสนใจ เข้าใจว่ากระบวนการผลิตคงต่างกันและใช้ทนทานด้วยค่ะ)

การเรียนรู้ รู้จักจุลินทรีย์ง่ายๆ เป็นเชื้อก่อโรค/ไม่ก่อโรคก็ได้ นักศึกษาปีหนึ่ง ทำแล็บโดย เปิดฝาภาชนะที่มีอาหารเลี้ยงเชื้อ ทิ้งไว้สักครู่ เอาไปบ่มไว้ในอุณหภูมิห้อง อาทิตย์ถัดไป กลับมาดูการเจริญของจุลินทรีย์ ว๊าว!!! ... จะเอาแบบไหน สีอะไรหล่ะ โคโลนีขรุขระหรือเรียบ ได้ทุกอย่างจัดให้ ซึ่งอันนี้ก็ปกติค่ะ เพียงแต่บอกว่าในอากาศมีจุลินทรีย์อยู่ ฉะนั้นในห้องที่ระบบการไหลเวียนอากาศไม่ดี มีแต่อากาศที่เชิญชวนให้จุลินทรีย์หมักหมม เจริญได้ดี ก็น่าเป็นห่วงสุขภาพ ทั้งผู้เรียนและผู้สอนจริงๆค่ะ ...

ชวนคิดว่า ..ทำไมตอนที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ระบาด เราต่างทำกันได้ระมัดระวังเรื่องความสะอาดในระบบไหลเวียนอากาศ เพื่อป้องกันโอกาสการติดเชื้อในห้องเรียนที่ใช้ร่วมกันจำนวนมากๆ หรือไม่เปิดแอร์ในขณะสอนที่ห้องบรรยาย ที่อาคารเรียนรวม ..หรือว่าเรา?? เป็นตัวอย่างซะเองในการทำอะไรเพียงเพราะให้เป็นไปตามกระแส ไม่มองแก่นแท้ ทำแบบไฟไหม้ฟาง!!

ที่มอ. ปัตตานี ไม่ได้ร้อนมาก อากาศดี แต่ก็แปลกที่ต้องเพิ่มการติดเครื่องทำความเย็น-แอร์ดอนดิชั่น ซึ่งหากมีความจำเป็นในบางห้องตามตำแหน่งในอาคารที่อับลม ร้อนมากก็ทำได้ แต่บางครั้งบางห้องแอร์เย็นจนเกินไป จนจะป่วยจากความเย็นในการใช้ห้องบรรยายที่จำนวนผู้เรียนมากๆ ไม่ใช่จะป่วยเพราะเชื้่อโรคเพียงอย่างเดียวค่ะ ที่นี่มีห้องบรรยายมีทั้งที่อาคารเรียนรวม และแยกย่อยไปตามอาคารปฏิบัติการต่างๆ

อย่างที่อาคารที่ทำงานอยู่ จะมีห้องบรรยายใหญ่ และบรรยายย่อย 2 ห้อง อืมม์....ทุกครั้งที่มีการร้องขอว่าให้ติดแอร์ครบทุกห้อง ก็จะชี้แจงว่า ขอไว้สักหนึ่งห้องไม่ติดแอร์ เอาไว้ให้เป็นธรรมชาติ และก็ยังได้สิทธิ์อันพึงมีค่ะ เพื่อให้นักศึกษารู้ว่า ห้องไม่ติดแอร์ก็สามารถมีบรรยากาศการเรียนรู้ได้อย่างสนุกและมีประสิทธิภาพ แฮ่ๆ ....ฝึกให้ติดดินค่ะอาจารย์ แถมแซวผู้เรียนด้วยว่า ที่บ้านใครติดแอร์บ้าง ในเมื่อที่บ้านเราต่างใช้ชีวิตแบบไม่ติดแอร์ ก็มาเรียนห้องไม่ติดแอร์ก็จะได้บรรยากาศแบบไม่ปรุงแต่ง...:-)) และโดยส่วนตัวก็จะใช้ห้องเรียนนี้ทุกรายวิชาค่ะ จนนักศึกษาแซวเรียกห้องนั้นตามชื่ออาจารย์ที่ใช้มากกว่าใคร แถมต้องเดินขึ้นมาเรียนชั้นสองด้วย เด็กๆก็จะบ่นเพราะไม่ชอบเดินมาก ออกกำลังกาย ใครเรียนห้องนี้ ก็จะได้ความรู้สึกไม่แยกตัวเองจากสิ่งแวดล้อม หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เป็นการเรียนรู้ ท่ามกลางสภาวะจริงๆ สัมผัสได้กับอุณหภูมิร้อน เย็นจริงๆในขณะนั้น จะได้เข้าใจว่าโลกที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นมีผลกระทบอย่างไร หรือเข้าใจว่า ยามที่ขี้เกียจเรียนให้นึกถึงพ่อแม่ที่ท่านทำงานกรำแดด กรำฝน เป็นอย่างไร... แม้เพียงเราอยู่ในที่ร่มยังรู้สึกร้อนขนาดนี้ ฝึกเอาไว้...

โดยส่วนตัวหากมีความจำเป็นต้องใช้ห้องบรรยายใหญ่ที่ติดแอร์ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะสอนช่วงเช้า ก็จะเชิญชวนนักศึกษาว่า เช้าอย่างนี้อากาศดี ไม่ร้อน เราไม่เปิดแอร์และสูดอากาศบริสุทธิ์ดีไหม๊?? (นักศึกษาก็พยักหน้า อาจจะเอาใจอาจารย์... อิอิ)... แถมให้ช่วยกันเปิดม่าน/blind.. เปิดหน้าต่างให้อากาศไหลเวียน มาแทนที่อากาศนิ่งๆในห้อง เชื้อซึ่งกำลังจะเพาะฟักได้ดีก็จะถูกรบกวน ในขณะที่ช่วงเช้าห้องฝั่งตะวันออกได้รับแสงแดด UVที่ได้ก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ ฆ่าเชื้อที่มีอยู่ได้บ้าง นี่คือประโยชน์จากธรรมชาติ จะได้เป็นโอกาสในการสอนนักศึกษาให้ชื่นชมและเห็นคุณค่าสิ่งที่มีไปด้วย จริงๆแล้วทุกวันห้องบรรยายควรเปิดให้อากาศไหลเวียน เพราะถึงแม้จะล้างแอร์ทุกเทอม แต่ก็ยังรับรู้ได้ว่าไม่สดชื่น กับอากาศขณะนั้น อาจเป็นทั้งมีเชื้อโรค กลิ่นสารเคมีจากห้องปฏิบัติการ ระบบน้ำทิ้ง และอื่นๆ ส่งเสริมความเสี่ยงต่อสุขภาวะในสถานที่ทำงานค่ะ...

สิ่งที่แปลกคือ บางแล็บมีโปรเฟสเซอร์ชาวต่างชาติ เข้ามาทำงานเช้า ท่านเปิดหน้าต่าง ประตูทุกบาน ให้อากาศไหลเวียน (บางครั้งยังสอนเราวิธีการเปิดบานประตูที่มีสองบานให้เปิดถูกทิศทางลมอย่างไร :-)) เราเดินผ่านไปก็แวะทักทาย ท่านบอกว่าวันนี้ัอากาศดี... cool breeze ก็รับรู้ได้ถึงความสดชื่น สายลมอ่อนๆ สังเกตดูว่าอีกสักไม่นานนักเมื่อมีนักศึกษาไทยเข้ามา ก็เริ่มปิดหน้าต่างและเปิดแอร์ทันที เพราะทนไม่ได้กับอุณหภูมิที่สูงขึ้น จากการเร่งรีบหรืออื่นๆ ยังนึกว่าคนต่างชาติยังไม่โหยหาความเ็ย็นฉ่ำของแอร์คอน ในบริบทเดียวกัน แถมโปรเฟสเซอร์บ่นด้วยว่าทำไมต้องเปิดแอร์เย็นมากถึงขนาดนี้... stupid ..ท่านสัพยอก.. แต่คนบ้านเรากลับเป็นอัตโนมัติที่โหยหาความเย็นฉ่ำ และโดยเฉพาะไม่ต้องจ่ายเงินค่าไฟฟ้าเอง... 555!!!

ทั้งหมดเป็นสิ่งที่สะท้อนอะไรหลายอย่างค่ะอาจารย์ จึงใช้เป็นอุทาหรณ์ เป็นบริบทจริงสอนนักศึกษาหลายเรื่องนอกจกประเด็นสุขภาพแล้ว ก็รวมถึงการประหยัด ลดการใข้พลังงานหรือใช้เท่าที่จำเป็น อย่างน้อยก็เพื่อโลกของเราค่ะ ทำได้ในส่วนเล็กๆก็ทำไปก่อนค่ะ ส่วนการสะท้อนถึงผู้บริหารก็...:-((

แฮ่ๆ...คุยกันนานเลยหล่ะ:-)) ขออภัยค่ะ ใจตรงกันคะอาจารย์.. เห็นเป็นปัญหาจริงๆ ต่อสุขภาพในเบื้องต้นและอีกหลายๆปัญหาตามมาค่ะ..:-((

ปล. ขอให้อาจารย์จัน สุขภาพดีขึ้นในเร็ววันนะค่ะ :-))