“การพัฒนาและการค้าไทยจีน สู่ AEC”
โดยศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2555
ผมได้รับเกียรติเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการสมาคมส่งเสริมการค้าอาเซียน ในวันนี้ผมจะมานำเสนอแนวคิด ซึ่งอยากให้กระตุ้นให้ทุกทานมีส่วนร่วม เป้าหมาย คืออยากให้ทั้ง 2 ประเทศ เกิดความร่วมมือกันทั้งเรื่องการค้า และการลงทุน
ขอแสดงความยินดีและขอขอบคุณต่อสมาคมส่งเสริมการค้าอาเซียนที่จัดงานแสดงสินค้าทุกปี ท่านนายกฯ สุขุม เลาวัณย์ศิริ เป็นผู้นำที่มุ่งมั่นและทำเพื่อผลประโยชน์ระหว่างไทย – จีน
เป้าหมายของสมาคม คือ ผลประโยชน์ระยะยาว
ในวันนี้..ผมในฐานะที่ปรึกษา รู้สึกภูมิใจและขอถือโอกาสต้อนรับทุก ๆ ท่าน ทั้งผู้แทนจากประเทศจีน และผู้แทนจากประเทศไทย
ปีนี้ประเทศจีนก็มีการเปลี่ยนแปลงมาก ได้แก่ ผู้นำใหม่ Xi Jinping เศรษฐกิจชะลอตัวมากปัญหาเรื่องเศรษฐกิจกับความมั่นคงทางการเมืองที่เป็นเรื่องสำคัญ อยากให้จีนกับไทยแก้ปัญหาร่วมกัน
ส่วนไทยมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย การส่งออกสูงมาก การที่มีประเทศจีนเป็นตลาดใหญ่จึงช่วยได้มาก
เรื่องการส่งออกข้าว ในปัจจุบันลดลงมาก และมีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
ในปี 2012-2015 อยากให้ทั้ง 2 ประเทศ มองจากภาพเล็กไปสู่ภาพใหญ่
หากเราร่วมมือหารือในประเทศอาเซียนด้วย ความเสี่ยงต่างๆก็จะลดลง การที่เป็นพันธมิตร ควรเป็นทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการอยู่ร่วมกัน และเกิดอย่างยั่งยืน
สมาคมส่งเสริมการค้าอาเซียนมีบทบาทศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตด้วย ไม่เพียงแต่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว
ปีนี้ 2012 อีกไม่ถึง 3 ปีก็จะ 2015 ไทยก็จะเป็นประชาคมอาเซียนเต็มตัว และเมื่อผนึกกำลังกับจีนก็จะเป็น ASEAN+1
ประเทศจีน ไม่ได้อยู่ ASEAN+1 อย่างเดียวเท่านั้น แต่อยู่ใน GMS ด้วย ขอให้ทุกๆปีมีการจัดการสัมมนานี้ขึ้นมา
บทบาทของการค้าไทย - จีน จึงไม่ใช่แค่ Bilateral แต่ต้องเป็น Multilateral คือไม่ใช่ทวิภาคีต้องมองพหุภาคี
โดยเฉพาะการใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าไปสู่ ASEAN เป็นเรื่องสำคัญ แผนงาน Logistic รถไฟความเร็วสูงซึ่งประเทศจีนจะเป็นผู้ลงทุนร่วมกับไทยจึงสำคัญมาก
สิ่งที่สำคัญในการเชื่อมโยงกับประทศจีน คือ เรื่องการขนส่ง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก
ควรมีการจัดให้ตัวแทนของสมาคมการค้าทั้งไทย - จีน ได้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันถี่ขึ้น และมีการ Follow up โดยเฉพาะระดับ SMEs - ตัวอย่างการจัดงานแสดงสินค้าครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดี และต้องทำอย่างต่อเนื่อง ผมขอขอบคุณหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่กรุณามาร่วมกันทุกฝ่าย ผมก็เป็นฝ่ายวิชาการและฝ่ายสนับสนุนการบริหารจัดการเสริมงานการค้าและการลงทุนให้มากที่สุด
และสุดท้าย การจะเสริมสร้างการค้าระหว่าง 2 ประเทศให้มีคุณภาพและความยั่งยืนไปสู่ ASEAN ก็ต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและการร่วมมือของผู้ส่งออกและทุนมนุษย์ในสาขาต่าง ๆ ทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งผมนำเสนอไว้ในหนังสือเล่มล่าสุด (8K+5K: ทุนมนุษย์คนไทยรองรับประชาคมอาเซียน)
หากพัฒนาศักยภาพของการแข่งขันก็ควรจะทำให้เกิดความร่วมมือกันด้วย
แนวคิดของกาเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นคุณค่า ต้องเริ่มจากการมี Basic ก่อน คือ ทุนทางวัฒนธรรม เปลี่ยนจาก Diversity เป็น Harmony
ต่อไปเรื่องที่สำคัญคือ เรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ ความรู้ นวัตกรรม เน้นเรื่องการส่งออก การขนส่ง packaging
การเพิ่มศักยภาพของกาส่งออก ต้องเพิ่มศักยภาพของ Basics ก่อน แล้วค่อยสร้างสรรค์
โดยเฉพาะ SMEs ในไทยและจีนควรจะเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันระดับ Basics ที่พร้อมก่อน คือ
- Ethical Capital
- Intellectual Capital
- Sustainable Capital
- Happiness Capital
และเมื่อพร้อมแล้ว ต้องเน้น 4 เรื่องใหญ่ คือ
- Knowledge Capital โดยเฉพาะคนไทยรู้จักตลาดและผู้บริโภคและกฎระเบียบของจีนในทุก ๆ มณฑล
- Creativity Capital คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์
- Innovation Capital คือ การพัฒนานวัตกรรมการค้าใหม่ ๆ
- ต้องเน้น Cultural Capital คือ ทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งทั้ง 2 ประเทศมีมากมาย
- และสำคัญที่สุด คือ Networking Capital
คนไทยต้องมีความใฝ่รู้ และคิดที่จะทำธุรกิจส่งออก อีก 15 ปีข้างหน้ารายได้ต่อหัวของคนจีนจะสูงขึ้นแค่ไหน
และเมื่อการพัฒนาทุนมนุษย์ของ 2 ประเทศและ ASEAN ดีขึ้น การส่งออกดีขึ้น ASEAN ก็จะขยายขึ้น และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจก็จะสูงขึ้นซึ่งทฤษฎีใหม่ของผมเรียกว่า 3V ประกอบด้วย
- Value Added
- Value Creation
- Value Diversity ต้องทำให้เกิดความหลากหลายในการส่งออก
ขอฝากให้ทุกท่านนำทฤษฎีนี้ไปคิดต่อ เพื่อให้ก้าวไปข้างหน้า และเพิ่มมูลค่าขึ้นเรื่อยๆ เราต้องศักยภาพการแข่งขัน โดยพัฒนา Basic ของทุนมนุษย์