ขอบคุณค่ะ สำหรับความคิดเห็น
เรื่องทำความดีแบบลูกโซ่ จะเก็บไปคิดต่อค่ะ
เสนอว่าการเรียนการสอนแบบต่อเนื่องในภาคชุมชน น่าจะทำกิจกรรมทำความดีแบบลูกโซ่ได้ดี
ขอแลกเปลี่ยนกับคุณ 1234 ครับ
ถ้าถามว่าเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดจากความคิดของคนส่วนใหญ่ที่ต้องการให้เป็นรูปแบบนี้หรือเปล่า
ผมลองมาคิดต่อครับว่า คนส่วนใหญ่ในที่นี้หมายถึงใคร
หากหมายถึงนิสิตส่วนใหญ่ทุกคนในคณะ ตอบได้ว่า ไม่ครับ เพราะไม่ได้ถามคนส่วนใหญ่กลุ่มนี้ ว่าต้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรับน้องมั้ย แต่ผมลองมาคิดดูว่า ถ้าเปลี่ยนคำถามเป็น นิสิตคิดว่าการรับน้องและประชุมเชียร์ในรูปแบบที่ผ่านมา นิสิตเห็นด้วยมั้ย มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบ การรับน้องแบบที่ผ่านมามีผลกระทบอย่างไรต่อตัวนิสิตในแง่อารมณ์ จิตใจ สังคม ความรู้สึก (ทั้งในแง่บวกและลบ) ฯลฯ
หากหมายถึงนิสิตที่ทำงานสโมสรนิสิต คิดว่าใช่ครับ เราคุยเรื่องนี้กันมาตั้งแต่ประชุมเชียร์ปีที่แล้วเสร็จสิ้น มาถึงสัมมนาสโมสรตอนปลายปี แล้วก็มาถึงช่วงเตรียมงาน
ผมมาคิดต่อว่ากิจกรรมรับน้องและประชุมเชียร์ที่ทำๆกันอยู่ทุกคณะนั้น มาจากความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ในคณะนั้นๆหรือเปล่า หรือเกิดจากคนที่ก้าวเข้ามาทำกิจกรรมกลุ่มหนึ่ง ที่คิดว่ารูปแบบที่ตัวเองถูกกระทำมาเป็นสิ่งที่ดี จึงก้าวเข้ามาทำในรูปแบบเดิมด้วยความเชื่อที่ว่าต้องการถ่ายทอดสิ่งที่ดีดีในความคิดของตัวเองไปให้รุ่นน้องต่อไป แล้วคนที่ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมเชียร์รูปแบบที่ทำๆกันอยู่ล่ะ
มีมากหรือน้อยกว่าคนกลุ่มที่หนึ่ง อาจจะมีมากกว่าหรือน้อยกว่า หรือด้วยความที่เป็นรุ่นน้อง (ปี 2) อาจจะลองเสนอความคิดเห็นที่จะเปลี่ยนแปลงแล้วแต่รุ่นพี่บวกกับเพื่อนที่มีแนวคิดแบบแรกมีอิทธิพลมากกว่าเลยทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนได้ หรือ กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย (ซึ่งผมเชื่อว่ามีมากกว่า อาจจะผิดก็ได้นะครับ) ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมนี้เลย มีคณะไหนเคยสำรวจมั้ยครับ ถ้าผ่านมาอ่าน ลองมาแลกเปลี่ยนกันดูครับ สนุกดีที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน
น่าคิดนะครับ ทำให้ผมได้แนวคิดว่า จะไปสำรวจความคิดของนิสิตทุกคนทุกชั้นปีเรื่องนี้ น่าจะดี