สวัสดีครับ
กับบทความดี ๆ
ผมคิดว่าอัตตาทั้งสามที่อท่านอธิบายเป็นอย่างเดียวกันทั้งหมดนะครับ
อันแรก อาจเรียกได้ว่าอัตตาภายนอก เพราะใช้ ตา จมูก กาย ในการสัมผัส
อันที่สอง อาจเรียกได้ว่า อัตตาภายใน เพราะใช้ใจ สัมผัส
อันที่สาม ก็เรียกได้ว่า อัตตาภายในและอัตตาภายนอกเช่นกัน เพราะใช้ใจและตา กาย ในการสัมผัสกับอรูปอัตตา สิ่งที่ไม่มีรูป
จริงแล้วพระพุทธองค์ไม่ได้ให้ละนะครับ แต่เป็นการแยกและให้เราเข้าใจอัตตาในแต่ะภาวะ
มนุษย์จำเป็นต้องมีอัตตาในการทำความดี ความชั่ว และสิ่งต่าง ๆ
ส่วนพระอริยะ/พระอเสกขะ ก็จะสามารถกำจัดตัวนี้ไปเอง ตอนได้เป็นพระโสดาบันแล้ว
จะเห็นได้ว่าเป็นการเข้าใจในแต่ละสถาน และจำสามารถละไปได้เองตามองค์ธรรมนะครับ
มักมีผู้กล่าวว่าให้ละ แต่ผมก็ไม่ทราบนะครับ ท่านจะละยังไง สิ่งนี้ไม่สามารถละได้ด้วยการกล่าวนะครับ แต่เป็นการละจากการที่องค์ธรรมเราเพิ่มขึ้นมากกว่า
ส่วนวิชาการนั้น เป็นอัตตาไหม ผมมองว่าเป็นองค์ประกอบของบุคคลทำให้เพิ่มอัตตาได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่อัตตานะครับ เปรียบได้กับเสื้อผ้าที่เราใส่มากกว่า สามารถเปลี่ยนได้ไปเรื่อย ๆ ความรู้ก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
ขอกล่าวไว้แค่นี้ก่อนนะครับ
ขอบคุณครับ