ตัวน้องเองมีจริตประสม เด่นคือพุทธิจริต(มีการพัฒนาจิต วิญญาญ ตัวเองตลอด เปิดใจกับข้อแนะนำต่างๆนำมาปรับใช้) และรองคือ ศรัทธาจริต (มุ่งหวังจากพัฒนาคนอื่นและสังคมรอบตัวให้ดีขึ้น) แต่ที่ผ่านๆมาก่อนจะรู้ตัวเองว่ามีจริตแบบนี้เป็นเหมือนคำพังเพยที่ว่า ไม่รู้เขา ไม่รู้เรา รบร้อยครั้ง แพ้ยับเยินทุก ครั้ง (แอบดัดแปลงนิดหน่อยค่ะ) ทำให้จิตใจหม่นหมองทุกข์มากกว่าสุข สงสัยตลอดทำไมคนทั่วๆไปจึงไม่สามารถหรือไม่ต้องการพัฒนาจิตวิญญาญตนเองกันบ้างหรือ จะได้ช่วยให้การใช้ชีวิต การทำงาน และครอบครัวดีขึ้น ไม่ต้องประสบชะตากรรมที่เลวร้าย เหมือนประสบการณ์เก่าๆในอดีตของพวกเขาไม่เคยสอนอะไรเขาเลยหรือ เราจึงเดือดร้อนอยากไปเปลี่ยนแปลงคนเหล่านั้น จนได้อ่านหนังสือ จริต 6 ศาสตร์ในการอ่าใจคน ทำให้รู้ตัวเองว่า จริตเรามันเป็นแบบนี้ ชอบคิดชอบรู้สึกแบบนี้ (อายุ 31 แล้วยังไม่เคยรู้จักตัวเอง แต่เที่ยวไปรู้จักคนอื่นไปทั่ว มัวไปอยู่ใหนมาน๊าเรา) จึงรู้ข้อด้อยตัวเองด้วยว่าเป็นแบบนี้ สุดท้ายจึงทราบสาเหตุที่ทำให้ทุกข์ เพราะเราไม่รู้เขา ไม่รู้เรา ไม่รู้เหตุ ไม่รู้ผล ไม่รู้กาล ไม่รู้ประมาณ คือสรุปว่าไม่เคยมีธรรมมะข้อ สัปปุริสธรรม 7 ในใจสักนิดเลย จึงสมควรแล้วที่เดินหลงทางไปขนาดนั้น จากนี้เรารู้เรา ต้องหัดรู้เขา จะได้ปรับตัวให้ถูกจริต การทำงานร่วมกันจะได้ราบรื่น และเปิดใจนำธรรมมะข้ออื่นๆมาพัฒนาตัวเองให้ครองสติ มีการตัดสินใจที่ดีกว่านี้ขึ้นเรื่อยๆ และฝึกเมตตา การให้อภัย การให้ทานแบบสัตบุรุษ และการทำลายอัตตาในตัวเอง ผู้เขียนแนะนำว่า ให้ฝึกส่องใน ไม่ส่องนอก บ่อยๆ