สวัสดีค่ะ อาจารย์จันทรรัตน์
ขอบพระคุณอาจารย์มากๆค่ะ ที่เล่าเรื่องการ "ฟัง" ในมุมมองของอาจารย์ ดิฉันชอบมากจนต้องนำไปเขียนติดไว้ที่โต๊ะทำงาน เอาไว้เตือนตนให้รู้ตน เพื่อนอ่านเข้าก็ชอบใจ ถามว่าจากหนังสือธรรมะเล่มไหน ดิฉันก็อมยิ้มทำเฉยเสีย กะว่าค่อยเฉลยเธอตอนเปิดเทอม
และที่อาจารย์เพิ่มมาให้ท้ายบันทึก ก็เป็นการตอบคำถาม ที่ดิฉันเคยถามตัวเองในใจสมัยหนึ่ง ว่าทำไมผู้ใหญ่จีง "นิ่ง" นัก ทั้งที่พวกเรา(ที่สมัยนั้นอายุยังน้อย) รู้สึกตื่นเต้นกระวนกระวาย และคุมใจตนเองไม่ใคร่ได้กับหลายๆเรื่อง
ดังที่อาจารย์สรุปไว้สั้นๆ แต่ตรงตามสภาพจริงเหลือเกินว่า
- เรื่องที่ ต้องไปฟัง มีมากขึ้นเรื่อยๆ ...
- แต่เรื่องที่อยากพูด มีน้อยลงเรื่อยๆ
- ขณะที่พูดแล้วรับผิดชอบสิ่งที่พูด ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ดิฉันขออนุญาตแปลความเอาตามใจตัวเองว่า
เมื่ออายุมากขึ้น ก็ได้พบด้วยตนเองว่า เรายังไม่รู้อะไรอีกมากนัก และเรารู้แล้วว่า เราไม่รู้ "อะไร" ดังนั้น อะไรที่เราไม่รู้ เราก็ไม่พูด อะไรที่เรารู้ และไม่ควรแก่กาละ เราก็จะไม่พูด และหากเราตัดสินใจพูด แปลว่าเราต้องแน่ใจว่าจะรับผิดชอบสิ่งที่เราพูดได้ ทั้งหมดนี้ดูหน้าตาคล้ายๆกับ "วุฒิภาวะ" ซึ่งปรับไปตามวัย
และบางครั้ง เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่เราคิดว่าควรปล่อยให้เขารู้ และเรียนรู้ด้วยตัวเอง เราก็ไม่พูด
สรุปแล้วเราก็เลยพูดน้อยลง
ถ้าดิฉันแปลความต่างไป หรือคลาดเคลื่อนไป ต้องขออภัยด้วยนะคะ : ) บังเอิญได้กุลีกุจอ ออกตัวไว้แล้วเป็นเบื้องต้น จึงคิดเข้าข้างตัวเองว่าน่าจะรอดตัวไปอะค่ะ : )
ขอบพระคุณอาจารย์จันทรรัตน์มากค่ะ