ต่ออีกนิดครับ...:)
“ครับท่าน ! ทุกอย่างมันคือความจริงที่ว่า เมื่อกว่า ๙,๐๐๐ ปีอายุขัยของมนุษย์อยู่ที่ ๑๐๐ ปี หรือเมื่อกว่า ๕,๐๐๐ ปีที่มนุษย์มีอายุอยู่ที่ ๗๐ ปี จนมาถึงยุคเผ่าพันธุ์ของพวกเราที่มีอายุขัยอยู่ที่ ๑๐ ปี นี่คือความจริงครับท่าน !”
“แล้วดร. คิดว่าเราจะหยุดหรือชะลอการไล่ล่าของเวลาได้ยังไง”
“ต้องกำจัดต้นตอของมันที่ทำให้ความเร็วจิตบิดเบือนไปจากฐานความจริงครับท่าน”
“หมายความว่า...”
“ครับท่าน ! ต้องกำจัดที่กิเลสให้ลดลงก่อน ซึ่งในตอนนี้จากการวัดค่ากิเลสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกวินาทีและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอัตราเร่ง”
ท่านจามาคะถอนหายใจนิดนึง “แล้วกิเลสมันเป็นตัวยังไง คือ เอ่อ เราหมายถึงมันคืออะไร ?”
“เรื่องนั้น เดี๋ยวผมจะให้ผู้ช่วยผมเป็นผู้อธิบายให้ท่านฟัง ขณะนี้พวกเรากำลังเตรียมแผนงานกันอยู่ครับ”
“ผู้ช่วย ! อ๋อ ดร.สุณีนั่นเหรอ”
“เปล่าครับท่าน เดี๋ยวผมจะพามาพบท่านและแนะนำให้รู้จักกับท่านครับ” ท่านจามคะพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบ
หลังจากดร.อนุ กลับไปแล้ว ท่านจามาคะนั่งนิ่งอยู่กับที่ราวกับต้องมนต์สะกด เรื่องราวที่ท่านรับรู้ในวันนี้มันช่างน่าสะพรึงกลัวมากมายอะไรเช่นนี้
‘การต่อสู่กับศัตรูที่มองไม่เห็นที่กำลังไล่กวดเพื่อล้างผลาญเผ่าพันธุ์ของมนุษย์นั้น มันช่างน่ากลัวกว่าศัตรูใด ๆ ที่เคยประจัญมาอย่างมิอาจเปรียบเทียบได้ การต่อสู้กับเหล่าศัตรูร้ายอื่น ๆ ที่ก้ำกลายเข้ามายังมีศัตรูเป็นอาวุธ แต่การต่อสู้กับมหันตภัยร้ายแห่งกาลเวลาเล่า เราต้องใช้อะไรเป็นอาวุธ?’ ท่านจามาคะรำพึงกับตัวเองเบา ๆ ...
********************************************************************************************************************************