สวัสดีครับท่านsasinanda
ผมเห็นด้วยครับกับแนวคิดที่ทางราชการเราต้องทำงานแบบนักธุรกิจบ้าง (แต่คงยากนะครับ) แต่ภาคการผลิตอ่อนแอมากไปคือรู้แต่ไม่เท่าทัน และหน่วยงานที่ควรจะก้าวเข้ามาช่วยให้เกิดการเท่าทันก็ไม่ work ชาวบ้านก็เลยตกเป็นเบี้ยล่าง ปีไหนที่ผลผลิตราคาดีก็รอดตัวไป ปีไหนผลผลิตต่ำลงมาก็ติดลบไป และหลายครั้งที่ผมรับผิดชอบกับงาน Contract farming อยู่นะครับ ทั้งๆที่ความบกพร่องอยู่ที่บริษัท แต่ก็โยนภาระมาให้เกษตรกร เขาไม่ share risk เกษตรกร เราเองก็แบกความรู้สึกเจ็บแทนชาวบ้าน แต่คิดหน้าคิดหลังแล้วทำอะไรก็ไม่ได้ ทางบริษัท take advantage มากไป
ผมเห็นด้วยว่า บริษัทอยู่ได้ ชาวบ้านอยู่ได้ แต่ควรจะยุติธรรมมากกว่านี้ ผมยกกรณีที่ผมรับผิดชอบนะครับ ที่อื่นๆผมไม่ทราบเป็นเช่นไร เราเองสนับสนุนบริษัท เป็นผู้ชักชวนมาทำเอง แต่บริษัทกลับไม่แบ่งความเสี่ยงไป หรือแบ่งความเสี่ยงน้อยเกินไป เป็นเรื่องที่สร้างความไม่เข้าใจขึ้นมาระหว่างผู้ผลิตและบริษัท บทบาททางราชการเกือบจะไม่มี อาจจะมีคำแนะนำ ก็เหมือนว่า แนะนำกับไม่แนะนำก็แทบไม่ต่างกันเลยครับ
ผมเองก็ทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงให้ทั้งทางราชการและชาวบ้าน แต่ชาวบ้านน่ะเขาทำอะไรไม่ได้หรอกครับต้องพื่งพาเรา ราชการกลับไม่มีอะไรเลย ... ผมก็เลยคิดเลยเถิดไปว่า หากเป็นเช่นนั้น โครงการ 40 กว่าล้านที่สร้างระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าแล้วส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืชเศรษฐกิจ แบบ contract farmingนั้น ราชการน่าพิจารณาให้เอกชนมาประมูลระบบโครงการนี้ไปทำการผลิตเองเลย จะเกิดการใช้ระบบมากที่สุด หากหวังให้ชาวบ้านเติบโตขึ้นมา ก็ทำได้ แต่ไม่ใช่การสนับสนุนแบบมองดูห่างๆ ไดยไม่พิจารณาข้อเสนอการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับโครงการ
แต่ก็คงยากครับเพรากฏหมายไม่อนุญาติให้เอกชนเข้ามาทำเช่นนั้น ยกเว้นจะมีมติ ครม.พิเศษครับ
ขอบคุณมากครับที่กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ขอบคุณครับ