ผมเคยทำงานอยู่ที่โรงหมอที่นี่ประมาณสามปี ตำแหน่งที่ปรึกษาทางการพยาบาล ของประเทศเบลเยี่ยม จุดประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุขที่นี่ให้ดีพอที่จะดูแลประชาชนในท้องถิ่นได้ เมื่อโครงการจบ ก็ต้องกลับมาที่ไทย การทำงานที่่นี่ไม่ยากไม่ง่ายเท่าไรขึ้นอยู่กับใจสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ได้หรือไม่ และผมก็ฝ่าฟันจนสิ้นสุดของโครงการ มองชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมาสู่ดินแดนอันสวยงาม ผ่านแล้วก็ผ่านไป ต่างก็มีข้อคิดเห็นต่าง ๆ นานา ส่วนมากจะประทับใจในธรรมชาติ น้ำซอง บลูลากูน การล่องน้ำ ดื่มเบียร์ลาว ฯลฯ
ส่วนผมช่วยสนับสนุนในเรื่องการผ่าตัด เพราะเมื่อก่อนจะมีโรงพยาบาลหรือโรงหมออันสวยงามเช่นนี้ ชาวบ้านที่พอมีจะกินจะมาใช้บริการที่เวียงจันทน์หรือเมืองไทยเลย มีแต่ชาวบ้านที่ยากจน และจนมากๆ มาใช้บริการ ชาวต่างชาติก็มีแต่คำติ ไม่ได้ช่วยทำอะไรเท่าไร ที่ผมภูมิใจคือ เขาสามารถ ผ่าตัดได้หลายโรคแล้ว และอัตราการติดเชื้อมีเล็กน้อยหรือไม่มีเลย ในช่วงที่ผมอยู่รู้สึกมี 1ราย แต่เป็นแผลที่ปนเปื้อน คือลำไส้แตก แต่ต่อมาก็ติดดี การผ่าตัดที่จะต้องเดินทางมาเมืองใหญ่ ห่างจากวังเวียงประมาณ ร้อยกว่ากิโลเมตร ถนนหนทางค่อนข้างขรุขระ แต่เป็นลาดยางนะครับ มี สองเลนส์ รถใหญ่ รถเล็ก ต้องค่อย ๆ แล่น หนทางคดเคี้ยว แต่ไม่สูงชันเท่าไร
โรงเรียนชนเผ่า อยู่ใกล้ ๆ โรงหมอ นักเรียนเป็นนักเรียนที่พ่อแม่เป็นชนเผ่า ถูกคัดเลือกมา มาจากหลาย ๆ เมืองทั่วประเทศ เป็นนักเรียนกินนอน ผมเคยเข้าไปเล่นวอลเลย์ บอลกับน้อง ๆ เคยให้ลูกวอลเลย์ ราคาประมาณ สองแสนกีบ ให้เขาเล่น เป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ไม่สูง ใช้ชุดนักเรียนเล่น รองเท้าแตะ มีการพนันรวมทีมด้วย คนละ สองพันกีบ รวมกันถ้าทีมไหนชนะ ก็ได้ หนึ่งหมื่นสองพันกีบ เอาไปซื้อน้ำหวานและปิ้งไก่กินด้วยกัน ไม่ค่อยพอหรอกส่วนมากผมจะออกช่วย และเรียกทีมแพ้ไปกินด้วย
เวลานักเรียนชนเผ่าไม่สบาย เขาจะมีหัวหน้า รายงานให้ครูยาม และหัวหนัานักเรียนจะมาส่งคนป่วยที่โรงหมอ มีสมุดส่งคนป่วยมาด้วย ส่วนมากจะเป็นไข้ บางคนได้รับการตรวจจากท่านหมอ ให้ยา ฟรี และกลับไปที่พัก แต่ถ้าพิจารณาว่าอาการน่าจะพักรักษาก็ส่งแอดมิด ฟรี ที่โรงหมอมีที่นอนผ้าห่ม แต่ไม่มีอาหาร คนไข้ต้องเอามาจากบ้านหรือซื้อจากข้างนอกโรงหมอ(โรงหมอยังไม่มีร้านค้าขายของ) กรณีนักเรียนชนเผ่าเพื่อนจะเอาข้าวที่แจกให้นักเรียนมาให้ มีครั้งหนึ่งตอนเที่ยง ผมเดินไปดูว่าคนไข้ตามปกติ เตียงนั้นเตียงนี้ ห้องพิเศษเราก็มี นักเรียนชนเผ่าคนนั้นกำลังทานข้าวเปล่า ๆ กับน้ำเปล่าๆ โดยมีเพื่อนยืนดูข้าง ๆ เตียง โรคที่เขาเป็นอยู่คือไข้ยังไม่ทราบสาเหตุ ผมซื้ออาหารมาทานกลางวันเป็นปลานึ่ง ก็เลยให้เขาหมดเลย ให้กินร่วมกับเพื่อนของเขา ไม่มีอะไรจะกล่าว
เวลาผมกลับมาไทยประมาณเดือนละครั้งขากลับ ผมจะหาขนมไทยไปฝากคนไข้ทุกคนเกือบทุกครั้ง ให้เขาชิมขนมไทยที่เขายังไม่เคยพบ พวกเจ้าหน้าที่ท่านหมอก็อยากกิน ก็เลยให้ทั้งท่าหมอที่ทำงานและคนไข้ มีความสุขจริง ๆ
เสียดายหมดโครงการเสียก่อน อีกทั้งเงินเดือนที่องค์กรณ์ให้ค่อนข้างสูง คงไม่มีที่ไหนจะจ้างเราอีกแล้วละ และเราก็สนับสนุนให้เขาช่วยเหลือตนเองได้แล้ว ถึงเวลาเขาต้องช่วยเหลือตนเองตามความสามารถของเขา เราก็กลับ เจ้าหน้าที่พากันผูกข้อมือ เลี้ยงส่ง และมอบใบย่องยอให้ข้าพเจ้า เอาไว้เป็นตำนายเกียติยศต่อไป
กลับมาทำงานที่ประเทศไทย ที่ภูเก็ต โรงพยาลชั้นหนึ่ง ที่ผู้มารับบริการเลือกเป็นอันดับแรก นี่เป็นวิสัยทัศน์ของเขา มาใช้ชีวิตที่ดูแลคนป่วยไม่ว่าเขาจะรวยหรือจน ตามมาตรฐานของผมต่อไปเรื่อยๆ เฮ้อคิดถึงนะ.....วังเวียง