มาอ่านงานของโจ้งเรื่องของครอบครัววังพลับอีกรอบ เราน่าจะพบว่า อำเภออุ้มผางมีแนวโน้มสร้างภาระกับประชาชนเกินสมควรไหมคะที่จะเรียกพยานบุคคลเพื่อรับรองตัวบุคคลอีกรอบหนึ่ง การที่บุคคลตามเอกสารของโรงพยาบาลที่รับรอง DNA และพ่อลูกที่ยืนตรงหน้า เป็นข้อเท็จจริงที่ปลัดเองใช้วิจารณญานของวิญญูชน ก็น่าจะทำได้ ดูจากการมีการตรวจ DNA ก็มีรูปของเด็ก และเด็กในรูปตามเอกสารของโรงพยาบาลกับเด็กในวันนี้ แตกต่างกันมากไหมคะ ถ้าไม่มาก หรือไม่เปลี่ยนเลย การที่ปัดไปไม่ทำทันที ก็ยิ่งจะทำให้เด็กตกอยู่ความไร้รัฐ อันนี้ ก็อาจจะต้องยกขึ้นมาพูดคุยกับนายอำเภอนะคะ และเมื่อมีปัญหา ก็ควรจะหารือคุณหมอนิรันดร์ที่จะมาคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดตากและนายอำเภออุ้มผางนะคะ อย่าลืมว่า คลินิกอุ้มผางนั้นเป็นกิจกรรมที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสนับสนุนมาตั้งแต่ต้น การยอมจำนนในบางสถานการณ์ต่อการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในอำเภอนั้น ก็อาจจะนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนยังไม่รู้จบก็ได้นะคะ
ขอตั้งข้อสังเกตให้ทีมงานคลินิกอุ้มผางได้คิดนะคะ