ขอเพิ่มเติมเรื่อง การล่อเป้า ของนักมวย อีกหน่อยครับ..เป็นการรวบรวมมาจากประสบการณ์ ผมเองครับ..
..ก่อนการล่อเป้า ต้องทบทวนชุดวิธีชก..ให้คล่องแคล่ว ว่า คนชกจะทำอะไร..คนล่อจะทำอะไร? สมมุติว่า ฝึกลูกแก้ คู่ต่อสู้เตะล่างต่อยบน(บางทีก็เรียกพระรามเดินดง หรือเตะล่างขว้างกระจก) เรายกขาข้ามหลบออกงวนอกแล้วโยนเข่าเข้าลำตัว..ขุนศึกตีทวน..ทำหลายครั้งจนคล่องถึงจะใช้เป้าล่อเพื่อเน้นจังหวะและความแรง..ส่วนการล่อเป้าหมัดชุด..ก็ต้องฝึกการชกหมัดชุดกับกระสอบ จนคล่องก่อน แล้วเข้าล่อเป้าโดยผู้ล่อเปิดปิดเป้าช้าๆก่อนแล้วค่อยเร่งจังหวะ แล้วค่อยมีการตอบโต้ตรงจุดที่เขาไม่ป้องกันตัวขณะชก..เมื่อล่อเป้าต่างๆจนชำนาญ ถึงจะใช้วิธีการฝึกผสมกัน นะครับ..จึงจะได้ผล..ดังนั้นการล่อเป้า คือ การฝึกการแสดงการต่อสู้ที่รู้กันมาก่อน นั้นเอง..จนเมื่อล่อกันจนชำนาญ ก็ จะทำโดยอัตโนมัติ..ครับ..ที่สำคัญ คือ ขณะล่อเป้า ต้องเน้นให้ใช้แรงให้มากและต้องแม่นยำ คือ เน้นการออกอาวุธ ที่ได้ผลจริง..ครับ..อย่าไปฝึกล่อเป้าเบา..จะเป็นผลเสียมากกว่า.. อีกอย่างหนึ่ง..นักมวยที่ไม่ชอบการเก็บคาง..เวลาเจอหมัด จะอันตรายมาก..ควรฝึกโดยการให้สอดแบ็ค(ที่ใช้สวมชกกระสอบ)เหน็บไว้ที่คางขณะซ้อมชกลม ชกกระสอบ ครับ..นักมวย จะต้องระวังอย่าให้แบ็คหลุด..ทำให้เก็บคางได้ดีและคอแข็งแรง..ครับ..และต่อไป หากใช้นวมเก่าสอดแทนก็ยิ่งดีขึ้น ครับ.. ส่วนนวมเก่าที่มีกลิ่นเหม็น..ให้ไปซื้อ น้ำยาแฮร์โทนิค ของ ห้างอังกฤษตรางู หรือ ยี่ห้อจัสโมเดินท์ (โฆษณาให้ฟรีครับ) ก็ได้..ขวดละ30-40บาท..ให้นักมวยชะโลมทามือ หรือทาที่ผ้าพันมือก่อนสวมนวมทุกครั้ง..ชกเสร็จก็ตากแดดวางไว้ไม่นานก็จะไม่มีกลิ่นครับ..น้ำยานี้ใช้กับรองเท้าผ้าใบนักมวยที่มีกลิ่นเหม็นและคนที่เป็นโรคเท้าเหม็น คัน พุพอง(ฮ่องกงฟูต)ก็ได้ผลดี ครับ..หุหุ..