จากบทความทั้งสองนั้น ในกรณี ที่ครม. ชี้ให้เห็นถึงการวางตัวในฐานะผู้บริหารระดับสูงที่ผิดพลาดขาดการประเมินสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่มีผลกระทบจากการชี้แจง  และขาดความรอบคอบที่จะใช้ประสบการณ์จากการเป็นข้าราชการที่ดีที่ผ่านมาเป็นแนวป้องกันการชักนำหรือเป็นเครื่องมือทำให้เกิดความไม่โปร่งใสของตนเอง เปรียบเสมือนการโยนหินลงน้ำแม้เพียงก้อนเล็กแต่ก็แผ่ออกไปเป็นวงกว้าง เช่นกันการทำงานทุกองค์กรควรคำนึงถึงสถานะหน้าที่ของตนในองค์กรว่าอยู่จุดไหนต้องรักษาเกียรติความเป็นตัวตนของตนเองในการทำงาน ไม่ควรทำตัวเป็นผ้าขาวเพราะสามารถย้อมเป็นสีอะไรก็ได้ สุดท้ายก็อาจเป็นได้แค่ผ้าขี้ริ้ว

ส่วนบทความที่สอง สอนว่าการเป็นผู้นำต้องละทิ้งว่าทุกคนต้องทำตามแต่ต้องคำนึงว่าสิ่งที่ทำก่อประโยชน์ให้สังคมหรือองค์กรได้อย่างไร และเมื่อตัดสินใจแล้วต้องมั่นใจว่าทำได้ จะต้องเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ตามที่ดี จึงจะเป็นผู้นำที่ดีได้ ผู้นำที่ดีต้องรู้จักการบริหารปัญหา ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตามต้องเป็นผู้แก้ปัญหาไม่ใช่สร้างปัญหาซะเอง และพร้อมที่จะประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กันไม่ใช่เพียงคนเดียว