นอกจากจะได้ฝึก พรหมวิหารสี่ แล้ว ยังถือว่า ท่านเป็นผู้ที่มีปัญญาบารมี (รอบรู้และเข้าใจในสภาวธรรม ตามความเป็นจริง) เพราะ สังเกตจาก การนำอุเบกขามาใช้ กับตน คนที่มี อุเบกขาบารมี มักจะเป็นผู้ห่างไกลทุกข์ เป็นจริงดังพระท่านว่า พระพุทธเจ้า มักจะตรัสเฉพาะสิ่งที่เป็นจริงและมีประโยชน์ เท่านั้น ไม่เช่นนั้นพระองค์จะไม่ทรงตรัส คุณทำถูกต้องแล้วหละค่ะ เมื่อเรากรุณาเค้าแล้ว แต่ก็ยังช่วยไม่ได้ แถมยังทำให้ใจเราทุกข์อีก อย่างนี้ เราก็ต้องใช้อุเบกขา วางใจเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้าย เพราะสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของๆตน เปรียบเหมือนเราเจอคนกำลังจะจมน้ำ หากเราเองว่ายน้ำไม่เป็นแล้วโดด ลงไปช่วยทันที ก็มีแต่จะพลอยจมไปด้วยกัน (ตายแน่ๆ55) แต่หากเรา ชุกคิด หาไม้ หาคนมาช่วย เค้าก็ยังพอมีทางรอด ยังไงเสียเราก็ต้องเอาตัวเองรอดก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาช่วย คนอื่นทีหลัง ไม่ใช่เป็นการเห็นแก่ตัว แต่จำเป็นต้องวาง ไม่งั้นเราก็ไม่ถึงฝั่ง เสียที เพราะ มี ห่วง (คนตกน้ำ) คอยฉุดรั้งเราไว้ ไม่ให้ไปไหน ไม่มีความก้าวหน้า ผลลัพธ์ก็คือว่า เสียเวลา