37  XXXVII
Ah, fill the Cup: - what boots it to repeat
How Time is slipping underneath our Feet:
Unborn TO-M0RROW, and dead YESTERDAY,
Why fret about them if TO-DAY be sweet !

เหล้าปริ่มถ้วยก็ปริ่มฝันแล้วสหาย
เวลาผายผันล่วงเร็วเพียงไหน
วันวานกับพรุ่งนี้พะวงไย
หากชื่นหวานสราญใจในพรุ่งนี้

ตรงบทที่ ๓๗ นี่ คำว่า 'พรุ่งนี้' ในวรรคสุดท้ายของพากย์ไทย ควรจะเป็น 'วันนี้' หรือเปล่านะครับ เพราะในภาษาอังกฤษก็เป็น TO-DAY และโดยสระสำคัญแล้ว บทนี้ก็กล่าวถึงความเป็นปัจจุบันขณะ การอยู่กับวันนี้ มากกว่าพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึง และเมื่อวานนี้ที่ผ่านไปแล้ว ซึ่งหากวรรคสุดท้ายเป็น 'วันนี้' ก็จะได้ใจความสำคัญนี้นะครับ

อ่านรุไบยาตแล้วทำไมถึงนึกถึง ผู้ภิกขาจารประหลาด ของรพินทรนาถ ฐากูร ขึ้นมาเลยก็ไม่รู้นะครับ ในผู้ภิกขาจารประหลาด ท่านรพินทรนาถ ฐากูร นำเสนอภาพให้ตั้งคำถามและคิดใคร่ครวญต่อสิ่งที่มนุษย์ยึดถือ ระหว่างสิ่งที่มีค่าทางวัตถุ กับพลังความศรัทธาและคุณค่าความสูงส่งทางจิตใจ ผ่านการถวายของบูชาพระผู้เป็นเจ้าของเศรษฐี ราชา และผู้คนที่ให้ความสำคัญกับวัตถุ กับเสื้อผ้าขาดสกปรกและเป็นชิ้นสุดท้าย เป็นสิ่งของชิ้นเดียวที่หญิงยากจนคนหนึ่ง ขอมอบบูชาพระผู้เป็นเจ้า แล้วผู้ภิกขาจารประหลาดก็กลับรับเอาผ้าผืนดังกล่าวใส่พานไปมอบถวายพระผู้เป็นเจ้า โดยบอกว่าเป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่าสิ่งใดที่หาได้ในเมืองนั้น มากยิ่งเสียกว่าทรัพย์สมบัติของราชา มหาเศรษฐี และคหบดีทั้งหลาย 

56 LVI
And this I know: whether the one True Light,
Kindle to Love, or Wrath consume me quite,
One glimpse of It within the Tavern caught
Better than in the Temple lost outright.

เออสิไม่ว่าแสงสัจจะระยับ
จะจุดเพลิงให้รักหรือกราดเกรี้ยว
ในโรงเหล้าขอข้าเห็นเพียงวูบเดียว
ดีกว่านอนห่อเหี่ยวในโบสถ์ทึม

ทำให้นึกถึงวาทะท่านพุทธทาส, หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร รวมทั้งนึกถึงอีกแง่มุมหนึ่งของสังคมปัญญาชนและปราชญ์ชนชั้นนำของกรีกโบราณ ท่านพุทธทาสเคยกล่าวและผมเคยได้อ่านจากที่ไหนก็จำไม่ได้แล้ว ทำนองว่า เวลากราบพระพุทธรูปในโบสถ์นั้น ไม่พบพระพุทธเจ้าหรอก เพราะพระพุทธเจ้านั้นอยู่ในทุ่งนา ไม่ได้อยู่ในโบสถ์ ส่วนวาทะของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากรนั้น ท่านกล่าวว่า 'เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิของจริง'  ในสังคมกรีกโบราณนั้น ความล่มสลายอย่างหนึ่งนั้น ก็เนื่องจากปัญญาชนและชนชั้นนำมัวแต่ถกและหมกมุ่นหาปัญญาที่สูงส่งจนห่างไกลเกินไปมากจากความเป็นจริงของผู้คนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม รวมทั้งในความเป็นจริงของชีวิตแล้ว เราอาจต้องการได้เห็นแสงสว่างแห่งสัจจะเพียงสักวูบเดียว หรือได้เข้าถึงความเป็นจริงบนความเป็นปัจจุบันของตนเองได้ทุกคน ซึ่งก็ให้วิธีคิดดีมากเลยนะครับ

66 LXVI
So while the Vessels one by one were speaking,
One spied the little Crescent all were seeking:
And then they jogged each other, "Brother ! Brother !
Hark to the Porter's Shoulder-knot a-creaking !"

ขณะเหล่าภาชนะดิน           เหมือนมีวิญญาณรำพัน    
ใบหนึ่งเหลือบเห็นจันทร์      ส่องเสี้ยวเดียวอยู่กลางฟ้า  
ทุกใบยามนี้                      ต่างยินดีแล้วร้องว่า
ได้ยินไหมภราดา               เสียงใครแบกเหล้ามาแล้ว!"

ผู้คนก็คงเหมือนภาชนะสำหรับบรรจุไวน์และเมรัยที่แตกต่างหลากหลายกันไป แต่ก็ทำมาจากดิน และในที่สุดก็แตกสลายสู่ดิน เสมอกัน ชีวิตก็คงเหมือนไวน์และเมรัย หากเราจะดื่มกินด้วยความสำราญเบิกบานใจเพื่อมีความสุข เข้าถึงคุณค่าและความหมายอันสูงสุดของชีวิตในห้วงชีวิตนี้ เราก็เป็นภาชนะบรรจุไวน์และเมรัยที่เราต้องการ 

ไม่ค่อยได้เห็นใครนำเอางานวรรณกรรมมาแบ่งกันอ่านและคุยกันมากนักนะครับ ขอบคุณครับ นานๆได้อ่านและชมภาพเต็มๆเพลิดเพลินใจเลย