เป็นอะไรที่น่าชื่นชมมาก มาถูกทางแล้วหละค่ะ ที่คิดจะลดการเบียดเบียนสัตว์โลกด้วยกัน มนุษย์เราฆ่าสัตว์ต่างๆนาๆ มากิน มา รัปประทานกัน เคยถามมันบ้างไหมว่า มันเต็มใจที่จะให้ฆ่ามันมากินไหม เวลาที่สัตว์เล่านั้นถูกฆ่า ถูกเชือด มันจะหลั่งสารบางอย่างตอนมันมีอารมณ์กลัว โกรธ เกลียด อาฆาต ฉนั้นเวลาเรากินเนื้อมันเข้าไป เราก็จะรับสารส่วนนั้นไปด้วย แล้วถ้าเชื่อเรื่องเวรกรรม สารตัวนั้นแหละที่ก่อให้เกิดโรค เค้าถึงสอนให้เรารู้จัก ไหว้ขอบคุณซากศพสัตว์ก่อนที่จะกลืนเข้าไปฝังในท้องเรา เคยมีคนเล่านิทานให้ฟังว่า มนุษย์นั้น ก่อนที่จะมาเป็นกายหยาบ ให้เห็น แรกเดิมนั้นเป็นเทวดา ที่ลงมาเที่ยวบนโลกมนุษย์แล้วได้กลิ่นหอม ของง้วนดิน สีแดงๆ ก็เลยนึกอยากกิน (เกิดความอยาก) เลยลองชิมดูทีละนิด จนติดใจ (กิเลสเพิ่มขึ้น) ต่อมาเลยแอบลงมากินบ่อยๆ จนกระทั่งจากเป็นเทวดาที่มีกายละเอียด แล้วก็เริ่มเป็นกายหยาบทีละนิดๆ จนเห็นเป็นร่างมนุษย์ได้ชัดขึ้น พอมีกิเลสในเทวดาองค์นั้นปุ๊บ กายก็หนักอึ้ง จนขึ้นสวรรค์ไม่ไหว ต้องเป็นคนธรรมดาต่อไป อดกลับขึ้นสวรรค์เลย ปล.เล่าให้ฟังเฉยๆ ไม่ได้หมายความว่าสนับสนุนว่า จะต้องงดทานเนื้อตลอดชีวิตแต่อย่างใด นึกถึงที่ พระพุทธเจ้าทรมานกายจนซูปผอมสิ เอาเป็นว่าทางสายกลางเนอะ