คุณหมอ ป.
ขอบใจมากสำหรับคำถาม...
เรียนถามพระคุณเจ้า คนเราตอนนี้มีความเกลียดกลัวความตาย ไม่อยากยอมรับว่าเป็นธรรมชาติของชีวิต (เช่นเดียวกับความชราภาพ) ควรพูดอย่างไรให้คนเหล่านี้ที่ไม่อยากได้ยินแม้แต่คำว่า "ตาย" ค่อยๆ น้อมนำสิ่งที่พระคุณเจ้าเขียนในบทความนี้ได้ค่ะ
มองจากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสพบบางคนที่กำลังเผชิญหน้ากับ "ความตาย" เขาเหล่านั้น "ไม่ได้เกลียดความตาย" หากแต่ "กลัวความตาย" เหตุผลสำคัญ (๑) ไม่คุ้นเคยกับโลกใหม่ (๒) ไม่มั่นใจในโลกใหม่ (๓) ไม่มั่นใจในความดี/ชั่วที่เราได้ทำไปแล้วว่าจะเอื้อแก่เราอย่างไร (๔) โลกใหม่มีจริงไหม? แม้ศาสนาจะสอนว่ามีจริง แต่มีบางสำนักว่าไม่มีจริง และ (๕) เป็นเหตุสุดท้ายสำหรับก่อนตายคือ "กลัวความจำปวดทรมานก่อนสิ้นใจ"
การศึกษา และทำความเข้าใจ "หลักไตรลักษณ์" จะทำให้คนบางคนมีท่าทีเชิงบวกต่อความตายได้ดี คือ (๑) สรรพสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอน ผันแปรไปตามกาลเวลาและเหตุปัจจัย (๒) สรรพสิ่งทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ (๓) ไม่มีใคร สิ่งใด ผู้ใด มีกำกับ บังคับควบคุมให้เป็นไปตามความต้องการของเรา หรือของเขาได้
องค์ธรรมทั้งสามสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก เพราะไม่เที่ยงจึงทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ เหตุที่ไม่เที่ยง และทนในสภาพเดิมไม่ได้เพราะไม่มีใคร ผู้ใด สิ่งใดบังคับให้เป็นไปตามความปรารถนาของเรา ทั้งหมดนี้คือ "กฎธรรมชาติ" การกลับคืนไปสู่ธรรมชาติ (Back to Nature) เพื่อศึกษา เรียนรู้ และเข้าใจ จะส่งผลต่อโลกทัศน์ และชีวทัศน์อย่างรอบด้านตามความเป็นจริง
การที่บางคนไม่สนใจ หรือใส่ใจต่อความตาย เหตุผลประการหนึ่งคือ "ความประมาท" ไม่ว่าจะเป็นวัย ความมั่นคง ความรัก และการดำเนินชีวิต ฉะนั้น หากไม่ถึงเวลา (ภาษาพระเรียกว่า ญาณปริปักโก: ญาณ หรือความรู้ และประสบการณ์แก้รอบ) ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะน้อมนำให้เขาเข้าสู่การศึกษาและเรียนรู้จักหน้าค่าตาของความตาย เมื่อใดเขาเผชิญหน้ากับแรงบีบคั้นดังเช่นเจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อนั้น เขาจะเพียรตั้งคำถามว่า เกิดมาทำไม มีสุขกว่านี้อีกไหม ทำไมต้องตาย ตายแล้วไปไหน ตายแล้วไปเจออะไร และเมื่อนั้น เขาจะเพียรพยายามในการทำหน้าที่ "ตายก่อนตาย"
ไม่มั่นใจว่าตอบคำถามได้ครอบคลุมเพียงใด ถึงกระนั้น เหล่านี้คือประสบการณ์การใช้ชวิตชีวิตอาตมา ซึ่งต่างจากเจ้าชายสิทธัตถะ หรือใครอื่นๆ ที่อาจจะมีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
ด้วยสาราณียธรรม