"ปัญหาทางเทคโนโลยีการศึกษา"

       เทคโนโลยีทางการศึกษา หมายถึง การนำความรู้ แนวคิด กระบวนการและผลผลิตทางวิทยาศาสตร์มาใช้ร่วมกันอย่างมีระบบ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาการศึกษาให้ก้าวหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพ
       ในยุคเทคโนโลยีโทรคมนาคมและสารสนเทศเช่นในปัจจุบัน ข้อมูลนั้นมีประโยชน์มหาศาล ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในทางธุรกิจหรือในการพัฒนาประเทศ  ข้อมูล เป็นเครื่องมือสำคัญต่อการสร้างความรู้และเสริมสร้างบุคลิกภาพของบุคคล ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การพัฒนาสังคมในที่สุด เพราะสังคมที่พัฒนาแล้วนั้น คือ สังคมที่ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์ด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช่โดยใช้อำนาจ หรือด้วยอารมณ์ความรู้สึก
        ความรู้สาขาต่างๆ ก้าวหน้าไปมากในทุกวันนี้ และเครื่องมือสำหรับการถ่ายทอดความรู้ก็ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้นเช่นกัน จากเดิมที่เคยใช้แต่ตำราและหนังสือ ปัจจุบันการถ่ายทอดความรู้สามารถกระทำได้อย่างสะดวกง่ายดาย ไม่ว่าจะโดยผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ มัลติมีเดีย หรืออินเทอร์เน็ต
        ***แต่การนำสิ่งเหล่านี้มาใช้เพื่อการศึกษา ปัญหาใหญ่ที่สุดของสังคมไทย คือ การสร้างข้อมูลความรู้ ความรู้ที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพสังคมและวัฒนธรรมของประเทศ เพื่อเป็นกำแพงป้องกันการไหลบ่าเข้ามาของวัฒนธรรมต่างชาติ และเพื่อให้เกิดความเป็นไทยทั้งทางร่างกายและสติปัญญา แต่การเข้าถึงข้อมูลความรู้ต่างชาติก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยยกระดับภูมิปัญญาของคนในชาติให้ก้าวทันความรู้สากล
        นอกจากนี้ ยังมีปัญหามากในการสร้างความรู้ของตนเอง การศึกษาวิจัยในศาสตร์ต่างๆ ยังมีอยู่น้อย หนังสือที่แต่งและพิมพ์ขึ้นในแต่ละปีของไทยยังมีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับจำนวนหนังสือของประเทศอื่น(ข้อมูลจาก: จับตาโลกาภิวัฒน์ : จักรกฤษณ์ ควรพจน์  กรุงเทพธุรกิจ)
        สำหรับการผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เป็นเทคโนโลยีจำเป็นต่อการศึกษา มีความหลากหลายและน่าสนใจอย่างมาก มีเกลื่อนทั้วไป แต่ในด้านการนำมาใช้ กลับพบว่า ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนในการผลิตสื่อเหล่านั้นขึ้นมา เพียงเพราะคนที่สนับสนุนส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา อยู่ในระดับการวางนโยบายเท่านั้น โรงเรียนซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้เรียนก็เป็นที่สำหรับจัดเก็บสื่อเหล่านั้น โดยไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนเท่าที่ควร
        แนวทางแก้ไข
  1. สร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ด้วยความตระหนักถึงคุณภาพผู้เรียน ในการร่วมกันวางนโยบาย กำหนดแผนการดำเนินการ และนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลงานในเชิงประจักษ์
  2. ทุกคนควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนในการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเหมาะสม
  3. เปิดโอกาสให้เยาวชนใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เรียนรู้ ให้รู้เท่าทันเหตุการณ์ เรื่องราวรอบโลก ที่กำลังเปลี่ยนแปลง แต่ต้องได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครอง ครู และบุคคลที่อยู่ใกลชิด
  4. ยกย่อง ชมเชย บุคคลที่ใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาแล้วประสบผลสำเร็จในด้านการเรียน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน
  5. เปิดโอกาสให้ทุกคนสะท้อนมุมมอง ความคิดเห็นในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอย่างทั่วถึงและสมำเสมอ เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพต่อไป