การถอดบทเรียนเป็นสิ่งที่ดีค่ะ เป็นการทำวิจัยจากงานประจำ เคยได้ยินที่เขาเรียกกันว่า R2R ไหมค่ะ ...Routine to Research ....Research to Routine
และก็มีเรื่องที่ "เห็นด้วย" และ "ไม่เห็นด้วย"
ในประการแรก "ไม่เห็นด้วย" ที่โจ้งบอกว่า "ไม่ได้มีความรู้..ด้านกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล" ทั้งนี้ เพราะก็สอบผ่านจากธรรมศาสตร์ แม้อาจจะโดดเรียนหรือเก็งข้อสอบบ้าง (??) ความรู้คงมี แต่ก็คงไม่แม่นยำ เพิ่งจบ ยังไม่เคยฝึกงาน ฝึกทนายความ จะไปมีปาฏิหารย์ที่จะแม่นยำ แบบตื่นมา แล้วเก่งเอง คงไม่ใช่นะคะ ความเชี่ยวชาญคงตามมาในไม่ช้า หากตั้งใจฝึกฝน
ความหลงลืมนั้น อาจมีได้ แต่เมื่อทบทวน ความรู้ที่ค้างในความทรงจำก็จะกลับมา และไม่จากไปอีกเลย
ในประการที่สอง "เห็นด้วย" ที่โจ้งว่า "หลายอย่างก็เป็นเรื่องใหม่ที่เป็นกฎหมายเทคนิคซับซ้อนที่ส่วนใหญ่แล้วมีเนื้อหาเป็นการกำหนดวิธีการปฏิบัติราชการของฝ่ายปกครอง อย่างกฎกระทรวงหรือระเบียบต่างๆ ซึ่งมีอยู่มากมาย" ในประเด็นนี้ ก็ไม่ยากที่จะเชี่ยวชาญ เมื่อพื้นฐานดี อะไรที่ต่อยอดมาก็จะพัฒนาให้ดีได้ง่ายและเร็ว
นอกจากนั้น ก็จะตอบคำถามของโจ้งที่ถามว่า "คิดไปแล้วไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไรจึงจะปรับตัวในการทำความเข้าใจกฎหมายเหล่านี้ได้" คำตอบของ อ.แหววในวัย ๕๕ ปี ที่เริ่มงานนี้อย่างจริงจังเมื่ออายุ ๓๒ ปี มีลูกศิษย์มาแล้วหลายรุ่น ก็คือ การลงฝึกทำงานใน "เรื่องจริง" ด้วยทฤษฎีการทำงานที่ไปเรียนรู้เบื้องต้นที่ มน. จะเป็น "ทางลัด" สู่ความเชี่ยวชาญค่ะ ในช่วงนี้ ขอให้ปราณีตกับ "สัมพันธภาพ" ระหว่าง "ข้อเท็จจริง" และข้อกฎหมาย"
ขอให้ทวงถาม อ.ด๋าวและ อ.ไหม ที่จะสอนเรื่องของทฤษฎี ๑๒+๓ นะคะ เป็นบทเบื้องต้นในการทำงานกับตัวเองของนักกฎหมายค่ะ
ท้ายที่สุด ต้องขอถามโจ้งว่า แล้วอะไรคือ "สัมพันธภาพ" ระหว่าง "กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล" และ "กฎหมายสัญชาติ กฎหมายการทะเบียนราษฎร" ??? การตอบคำถามนี้อาจทำให้ "ปรัชญากฎหมายหรือนิติปรัชญา" ในเรื่องนี้ชัดขึ้นมา คงต้องทบทวนตำรากฎหมายนะคะ R2R ไงคะ
อ.แหววเห็นต้นไม้ที่เติบโตอย่างงดงามมามากแล้วค่ะ เมล็ดพันธุ์จากธรรมศาสตร์นั้นแข็งแรงค่ะ