ขณะนี้กำลังสอนเด็กๆในโรงเรียนใกล้ชายแดน ไทย ลาว พม่า  ทำหน้าที่ยีสามสิบห้าปีที่ผ่านมาด้วยความ ตั้งใจสอน นักเรียนอ่านออก เขียนได้ มีคุณธรรม  รักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่โหดร้าย ไม่ทำร้ายกัน สังคมสงบสุข ละอายต่อบาป ยีดขนบประเพณีที่ดีงาม  เป็นพื้นฐานชีวิต ที่จะออกไปศึกษาต่อไปดำเนินชีวิตเองในสังคม ทุกปีช่วงสงกรานต์ศิษย์เก่าส่วนมากจะกลับมาทำพิธี รด น้ำ ดำหัว ครูที่เคยสอน  โดยไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีอินเตอร์เนต ไม่มีแทบเลต  แต่ตอนนี้หลายคนไปประกอบอาชีพเป็นช่างอิเลคทรอนิค เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ เป็นนายทหาร เป็นนายตำรวจ เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เพราะเธอมีพื้นฐานที่ดี เธอใฝ่ดีใฝ่เรียนรู้เอง ถ้าเธอไม่พร้อมแม้แต่ลากเส้นตามรอยประ จับดินสอ เธอก็ทำไม่ได้ ครูเคยจับมือเธอลากเส้นตามตัวอักษร  แล้วสังคมสมัยใหม่กำลังจะยัดเยียดเทคโนโลยีล้ำยุคให้ทั่วถึงกัน 
         อยากถามว่า   เลือกเอา  ระหว่าง ในเมืองใหญ่แย่งกันเข้า โรงเรียนดัง วิทยาการล้ำหน้า เทคโนโลนีเป็นเลิศ ฉลาดปราดเปื่อง  แต่คนในสังคมโหดร้าย ยกพวกรุมทำร้ายกัน ก้าวร้าว รุนแรง         กับ สังคมบ้านนอก  ที่สงบ ร่มเย็น แบ่งปัน คงไว้ในเรื่องความเชื่อขนบธรรมเนียมทีดีงาม ช่วยเหลือเกื้อกูลดูแลกันเหมือนญาติพี่น้อง 
          แล้วเอาข้อสอบ ส่วนกลาง มาวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ให้มีมาตรฐานเดียวกันทุกระดับ ทุก ชนชั้น คงลืม เรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล ระหว่างท้องถิ่น ระหว่างชนชั้น 
    รัฐมนตรีบางคนให้สัมภาษณืว่าให้ครูเก่าๆเข้าโครงการเออรี่รีไทน์มากๆจะได้จ้างครูใหม่มาแทนค่าจ้างไม่แพง คิดได้แค่นั้นก็ดีแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่มีข่าวที่โหดร้ายเกิขึ้นทุกวัน ในสังคม ที่มุ่งแต่ดความเจริญทางวัตถุและเทคโนโลยี