ความเห็น


สวัสดีครับสุทธิพงศ์

ใช่ครับใช่ แต่เรื่องการเรียนรู้แบบแยกส่วนนั้น ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะทางด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาเท่านั้นหรอกครับที่จะให้ความสนใจต่อเรื่องการเรียนรู้แบบแยกส่วน ในสาขาต่างๆก็เหมือนกัน กล่าวโดยรวมก็คือ ในยุคสมัยหนึ่ง การเรียนรู้แบบแยกส่วน ก็มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนสังคมได้ แต่เมื่อถึงอีกยุคสมัยหนึ่ง เมื่อสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมแทบทุกด้านเปลี่ยนแปลงไป การศึกษาและวิธีสร้างทักษะคน ที่เคยเหมาะสมกับยุคสมัยหนึ่ง ก็จะต้องนำมาพิจารณาให้สอดคล้องกันไปด้วย

มาพูดต่อถึงเรื่องทางเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ความที่ก็เหมือนกับที่เป็นอย่างทั่วไปในสังคม คือ เป็นสาขาที่ฝึกฝนตนเองเป็นนักโน่นนักนี่ แบบแยกส่วนกันไป ซึ่งการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้แบบแยกส่วนนั้น โดยตัวมันเองไม่ได้เป็นปัญหา แต่ปัญหามันอยู่ตรงโน้นครับ ตรงที่ พอเราจะบวกความแยกส่วนเข้าหากัน เพื่อเสริมพลังกันสร้างสุขภาวะของส่วนรวมช่วยกัน แล้วก็พบว่าทักษะและความเชี่ยวชาญแบบแยกส่วน เดินบวกกันไม่ได้มากอย่างที่ควรจะเป็น เช่น คนมีเนื้อหา แต่ถ่ายทอดและสื่อสารการเรียนรู้ไม่เก่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานกับสังคม ผลสำเร็จในการจัดกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดสื่อสารทางการศึกษาก็ไม่ดี พอจะอาศัยความเชี่ยวชาญของคนทางเทคโนและสื่อสารการศึกษา ก็ไม่รู้เรื่อง นึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไร รวมทั้งหากเห็นความสำคัญ แต่พอเดินแสวงหาความร่วมมือ ก็คุยกับคนทำงานเชิงเทคนิคไม่รู้เรื่องอีก เลยก็เข้าถึงระบบการทำงานที่จะช่วยขยายกำลังและเพิ่มประสิทธิผลให้เกิดขึ้น ไม่ได้ สังคมก็จมอยู่กับปัญหาเดิมๆ

ส่วนนักเทคโนและสื่อสารการศึกษา ก็เหมือนกับมีเครื่องมือและกลวิธีทำงานที่ดี แต่เมื่อต้องการนำไปใช้พัฒนากระบวนการสื่อสารเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ก็ไม่รู้ว่าจะระบุความจำเป็นจากอะไร และเมื่อต้องการพัฒนากระบวนการสื่อสารเรียนรู้ หากไม่สามารถขบประเด็นให้แตกในเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอและถ่ายทอดสื่อสาร ก็อาจจะต้องนั่งวิเคราะห์และทำงานความคิดกับสาขาที่เป็นเจ้าของเนื้อหา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็มักมีข้อจำกัดที่จะเข้าถึงสาระสำคัญกระทั่งสามารถทำงานเชิงคิดสร้างสรรค์ได้

สภาพดังตัวอย่างทั้งสองกรณีนี้แหละ ที่ต้องนึกถึงวิธีสร้างทีมและเตรียมคนสำหรับทำงานในลักษณะนี้เสียอีกแบบหนึ่ง และในกระบวนการสร้างนั้น ก็ต้องนึกถึงปัญหาสำคัญที่จะต้องก้าวข้าม เพื่อให้ความเชี่ยวชาญและความเป็นเจ้าของเรื่องของแต่ละด้าน ได้สามารถแสดงออกและเดินบวกกันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งที่จะต้องนึกถึง ก็คือ สภาพความเป็นจริงที่ว่า คนทั่วไปนั้น ต่างฝึกฝนตนเองมาแบบแยกส่วน ทำอย่างไรจึงจะสามารถสร้างความมีบริบทร่วมกันสักชุดหนึ่ง เพื่อจะสามารถเป็นตัวคูณให้กันและกันได้ ตรงนี้แแหละ ที่จะนำมาสู่เรื่องการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้แบบข้ามสาขาบ้าง การสร้างชุมชนปฏิบัติบ้าง การพัฒนาระเบียบวิธีวิจัยแบบบูรณาการบ้าง การพัฒนาเครือข่ายสหวิทยาการบ้าง เพื่อตอบโจทย์อย่างที่กล่าวมาข้างต้น

ในสาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาก็เช่นเดียวกัน ก็มีความจำเป็นไม่น้อยไปกว่าสาขาอื่นๆ ที่จะต้องพัฒนาแนวทางการเรียนรู้และสร้างวิถีการทำงานแบบใหม่ๆ เพื่อมีส่วนร่วมแก้ปัญหาอย่างนี้ของสังคม บันทึกนี้ จึงดังเอาบทเรียนเล็กๆที่เจอไปบนการทำงานและใช้ชีวิต มาเล่าถ่ายทอดไว้เป็นแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิด ให้เห็นประเด็นเล็กๆน้อยๆแต่มีนัยสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ให้ยิ่งมีความสอดคล้องกับความจำเป็น ทันการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ได้มากยิ่งๆขึ้น คนทำงานในสาขาต่างๆจะมีเครื่องมือช่วยขยายกำลังการทำงานเชิงกระบวนการเรียนรู้ ที่มีพลังมากขึ้น และการทำงานทางด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาในบางสถานการณ์ ก็จะสามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ความเชี่ยวชาญต่างสาขาสามารถร่วมเป็นตัวคูณกัน สังคมก็จะมีกำลังเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตนเอง กระบวนการทางการศึกษาและการพัฒนาการเรียนรู้ในขอบเขตต่างๆ ก็ย่อมได้ผลดีกว่าการทำงานเชิงเดี่ยวและแยกส่วน

ดีใจที่เข้ามาคุยกันเด้อ มีความสุขและประสบความสำเร็จเสมอๆนะครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี