พระชัยบุรี หรือเจ้าพระยาสุรสีห์พิทัษณุวาธิราช
เป็นทหารเอกคู่พระทัย ที่มากด้วยความสามารถและประสบการณ์ รับราชการการสนองพระเดชพระคุณด้วยความสื่อสัตย์ จงรักภักดีถึงขั้นได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์อยู่เสมอ บรรดาศักดิ์ครั้งสุดท้ายได้รับการ โปรดเกล้าฯ เป็นเจ้าพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราช เจ้าเมืองพิษณุโลก อันเป็นหัวเมืองเหนือชั้นเอก รองจากกรุงศรีอยุธยาราชธานี
พระชัยบุรี ยืนถือโล่ ในตำแหน่งคนที่ ๕ ด้านซ้ายพระราชมนูท่านได้รับไว้วางพระราชหฤทัย เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เสมอ
เป็นทหารเอกคู่พระทัย ที่มากด้วยความสามารถและประสบการณ์ รับราชการสนองพระเดชพระคุณด้วยความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ถึงขั้นได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์อยู่เสมอ บรรดาศักดิ์ครั้งสุดท้ายได้รับการ โปรดเกล้าฯ เป็นเจ้าพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราช เจ้าเมืองพิษณุโลกอันเป็นหัวเมืองชั้นเอก รองจากกรุงศรีอยุธยาราชธานี นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่เปรียบมิได้ พวกเราลูกหลานเผ่าไทยขอน้อมรำลึก และสักการะในคุณงามความดีของท่าน และเหล่านักรบผู้กล้า ที่มีคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองตลอดชั่วนิรันดร์
จากการสืบค้นทางประวัติศาสตร์ พระชัยบุรี เป็นทหารเอกคู่พระทัยรุ่นแรก ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงไว้วางใจพระราชหฤทัย และนับถือน้ำใจมากที่สุด รับราชการจนมีตำแหน่งสูงสุดของเมืองพิษณุโลก เดิมชื่อ “ดวง” เป็นชาวเมือง สวางคบุรี (แขวงเมืองพิชัย) บรรรดาศักดิ์เริ่มแรกในแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เป็นขุนเดชพระเวทย์แสนศึกสู้ รับราชการจนมีความชอบเป็น ออกพระชัยบุรี,พระชัยบุรี,เจ้าเมืองชัยบาดาล,พระยาชัยบูรณ์ บรรดาศักดิ์สุดท้ายคือ เจ้าพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราช ผู้ดำรงตำแหน่ง เจ้าเมืองพิษณุโลก ในปี พ.ศ.๒๑๓๖ ชอบอนุรักษ์ไก่ชนพันธ์เขียวพาลี และปรากฏนามในพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน ในกฎหมายตราสามดวง จุลศักราช ๑๑๖๖ ว่า “เจ้าพญาสุรศรีพิศมาธิราชชาติพัทยาธิเบศวราธิบดีอภัยพิรียบรากรมภาหุ เมืองพิษณุโลกเอกอุ”