เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้รับภารกิจเป็น"พลขับรถ".. เดินทางไปเชียงใหม่ครับ..ตั้งชื่อบันทึกว่า"แอ่วเมืองเหนือ"คงจะไม่ถูกต้องนัก...เอาเป็นว่าขอ"แอ่ว"ไปด้วยก็แล้วกันเมื่อโอกาสอำนวย....ตั้งใจไว้คือหากมีเวลาก็จะไปเยี่ยมชม.."วัง"กับ "วัด"เก่าๆในอดีตนะครับ.....เราออกเดินทางแต่เช้ามืดไปกันเรื่อย ๆแบบสบายๆ แวะพักไปตามทาง  ประมาณเที่ยงก็ถึงเกาะคา ลำปาง ขอเก็บภาพพระบรมราชานุสาวรีย์พระนเรศวรมหาราช">สมเด็จพระนเรศวรมหาราชมาฝากครับ....พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเมื่อ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

        สถานที่ตั้ง พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งใหม่นี้ตามประวัติศาสตร์ เคยเป็นเส้นทางเดินทัพของพระองค์ เมื่อครั้งยกทัพไปตีพม่าที่เมืองหาง ก่อนเสด็จสวรรคตที่เมืองหาง และได้อัญเชิญเคลื่อนย้ายพระบรมศพจากเมืองหาง ผ่านเมืองเชียงใหม่ เมืองหริภุญชัย ข้ามเทือกเขาขุนตาล ห้างฉัตร และเกาะคา ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง สบปราบ ทุ่งเสลี่ยม สุโขทัย เข้าสู่กรุงศรีอยุธยา...พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นรูปพระองค์ท่านทรงม้าศึก รายล้อมด้วยทหารเอก ๙ นาย ทางด้านซ้ายของพระองค์มี ๖ นายคือ  เจ้าพระยาสีหราชเดโชชัย ยืนถือดาบคนแรก  คนที่สองเจ้าพระยาสุโขทัย ยืนด้านในตรงขาหลังของม้าทรง คนที่สาม พระราชมนู ยืนด้านนอกถือปืนยาว คนที่สี่ เจ้าพระยาจักรี ยืนสวมหมวกด้านในต่อจากเจ้าพระยาสุโขทัย คนที่ห้า พระชัยบุรี ยืนถือดาบและโล่ห์  คนที่หก พระยาท้ายน้ำ ยืนถือหอก...

      ส่วนทางด้านขวาของพระองค์ มี ๓ นาย คนแรกคือ พระยาศรีไสยณรงค์ สวมหมวกถือดาบ คนที่สองคือ พระยาราชฤทธานนท์ ยืนถือหอก คนที่สามคือ พระอมรินทราฤาไชย ยืนถือดาบ  ..

        สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นรูปพระองค์ท่านทรงม้าศึกกับทหารเอก ๙ นาย  พระบรมรูปของพระองค์ท่านที่ทรงม้าศึกจะมีที่อยุธยาอีกแห่งหนึ่ง...

        พระบรมรูปที่วัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา  ทรงประทับนั่งหลั่งทักษิโณทก ประกาศอิสรภาพ

 

พระบรมรูปที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พิษณุโลก ทรงประทับยืนหลั่งน้ำทักษิโณทก ประกาศอิสรภาพ

พระบรมราชานุสาวรียสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี......

....ครับหลังจากแวะสักการะพระองค์ท่านแล้ว..ก็ขออนุญาตเดินทางต่อครับ..ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านครับ...

ขอขอบคุณข้อมูล จาก FB กลุ่มจัดทำหนังสือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นครลำปาง