พระราชมนู
เป็นทหารเอกคู่พระทัยที่มีความสามารถมากของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปรากฎนามในพระไอยการ ตำแหน่งนาหัวเมืองในกฎหมายตราสามดวง จุลศักราช ๑๑๖๖ ว่า “หลวงราชมนูเจ้ากรมกองชนะ” ต่อมาทรงแต่งตั้งให้พระราชมนูเป็นเจ้าพระยามหาเสนาบดีศรีสมุหพระกลาโหม
พระราชมนู ยืนถือในตำแหน่งคนที่ ๓ ด้านหน้าเจ้าพระยาสุโขทัย ท่านร่วมรบเจ้าพระยาสุโขทัยในสงครามพระเจ้าเชียงใหม่ครั้งที่ ๒
เป็นทหารเอกคู่พระทัยที่ทีความสามารถมากของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปรากฏนามในพระอัยการตำแหน่งนาหัวเมือง ในกฎหมายตราสามดวง จุลศักราช ๑๑๖๖ ว่า “หลวงราชมณู เจ้ากรมกองชนะ” ปรากฏตัวในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาในเหตุการณ์ต่างๆดังนี้
-ในปี พ.ศ.๒๑๒๘ พระยาสิมถูกทัพกรุงศรีอยุธยาตีแตกพ่าย ทัพพระเจ้าเชียงใหม่ซึ่งยกมาไม่ทันกำหนดเพิ่งจะยกทัพมาถึงเมืองชัยนาท พระเจ้าเชียงใหม่สำคัญว่าทัพพระยาสิมยังไม่แตกพ่าย จึงส่งไชยกะยอสู และนันทกะยอสูลงมาที่บางพุทรา สมเด็จพระนเรศวรจึงมีรับสั่งให้พระราชมนูยกพลทหารอาสา ๓,๐๐๐ คน ไปตีทัพไชยกะยอสู และนันทกะยอสู จนแตกพ่ายขึ้นไปจนถึงทัพใหญ่ที่เมืองชัยนาท พระเจ้าเชียงใหม่เห็นดังนั้นจึงเลิกทัพกลับไปเมืองเชียงใหม่
- พ.ศ. ๒๑๒๘พระเจ้าเชียงใหม่ได้รับพระราชบัญชาจากพระเจ้านันทบุเรง ให้ยกพลเข้าโจมตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้งเป็นการแก้ตัวในศึกคราวที่แล้ว ในสงครามพระเจ้าเชียงใหม่ครั้งที่ ๒ นี้ พระราชมนูได้รับพระราชบัญชาจากสมเด็จพระนเรศวรให้ยกพล ๑๐,๐๐๐ คนไปล่อทัพพระเจ้าเชียงใหม่แต่ไม่ยอมล่าถอย จนสมเด็จพระนเรศวรต้องส่งม้าเร็วซึ่งก็คือ จะหมื่นทิพรักษา ด้วยพระราชกระแสรับสั่ง ไปตรัสคาดโทษว่า “ถ้ายังขัดมิถอยให้นำศีรษะลงมา” พระราชมนูจึงได้ถอยทัพลง ศึกครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวรใช้ยุทธวิธีตีขานบทัพพระเจ้าเชียงใหม่แตกพ่ายไป
-ในสงครามยุทธหัตถี พ.ศ.๒๑๓๕ เป็นแม่กองคุมกองกลองชนะซ้ายขวาข้างละ ๕๐๐ คน เข้าร่วมรบ
- ในศึกตีเมืองละแวก (ครั้งที่ ๑) ปี พ.ศ.๒๑๓๖ พระราชมนูได้รับพระราชบัญชาจากสมเด็จพระนเรศวรให้เป็นทัพหน้า แต่เสียทีถูกทัพเขมรตีแตกพ่ายลงมาถึงทัพหลวง สมเด็จพระนเรศวรพิโรธจะลงพระราชอาญาถึงชีวิต แต่สมเด็จพระเอกทศรถพระอนุชาธิราชทูลขอเอาไว้ โดยใช้ให้ไปตีเมืองปัตตอง (พระตะบอง) และเมืองโพธิสัตว์แทนเพื่อเป็นการไถ่โทษ ในศึกครั้งนั้นพระราชมนูตีทุ่งสองเมืองได้สำเร็จ ก่อนสมเด็จพระนเรศวรจะรับสั่งให้ยกทัพกลับพระนครฯ
- หลังศึกตีเมืองละแวก (ครั้งที่ ๒) ในปี พ.ศ. ๒๑๓๗ สมเด็จพระนเรศวรได้โปรดฯ แต่งตั้งให้พระราชมนูเป็นเจ้าพระยามหาเสนาบดีศรีสมุหพระกลาโหม เพื่อเป็นบำเหน็จความดีความชอบ ทรงพระราชทานพานทอง น้ำเต้าทอง เจียดซ้ายขวา กระบี่ ฝวักทองและเครื่องอุปโภคต่างๆ